Skip to main content

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

1
เริ่มเทรดใหม่ เตรียมตัวอย่างไร ?
โดย Forex : ออกจากความเป็นเม่า



1.ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับ Forexให้มากที่สุด! ยิ่งมากยิ่งดีต่อตัวเราเอง

2.ทำความเข้าใจเครื่องมือที่ใช้เทรดMT4 กับ MT5 ให้ทะลุปุโปร่ง

3.มีแผนในการเทรด และ มีเป้าหมายจะเทรดวันละกี่รอบ เวลาใด เดือนละกี่ %

4.ฝึกเทรดด้วยเงินทดลอง (Demo)ให้เกิดความชำนาญ และ มีความมั่นใจ

5.ทำการเทรดอย่างมีวินัย รักษาวินัยให้เข้มแข็ง และ คงเส้นคงวาอยู่ตลอด

6.เมื่อฝึกจนเกิดความชำนาญ และมีความมั่นใจมากพอแล้ว ก็ลุย!!!

2
เคล็ดลับ! ปั้นพอร์ตให้เติบโต อย่างยั่งยืน
ด้วย "Risk Reward Ratio" (RR)

โดย Forex : ออกจากความเป็นเม่า



ก่อนอื่นเพื่อนๆมาทำความรู้จักกับ
เจ้า "Risk Reward Ratio" (RR.) กันก่อนนะครับว่ามันมีความสำคัญยังไงต่อการเทรดของเรา
เรามาเริ่มด้วยความหมายของมันกันก่อน "Risk Reward Ratio" แปลเป็นไทย คือ
"อัตราส่วนผลตอบแทน ต่อ ความเสี่ยง" โดยที่ "Risk" คือ สัดส่วนความเสี่ยงที่เราจะ
"เสีย หรือ ขาดทุน" ในแต่ละครั้งที่เราเทรด และ "Reward" คือ สัดส่วนที่เราจะ
"ได้กลับคืน หรือ กำไร" ในแต่ละครั้งที่เทรด "Risk Reward Ratio" มักใช้ตัวย่อสั้นๆว่า "R:R"
สิ่งนี้เองที่จะทำให้เรารู้ว่า "เวลาเสีย เราจะเสีย เท่าไหร่ และ เวลาได้ เราจะได้เท่าไหร่"

ดังนั้นเพื่อนๆสามารถนำมันมาใช้วิเคราะห์ การเทรดของเพื่อนๆได้ครับ เพื่อดูว่าระยะ
เป้ากำไรที่เราคาดการณ์ไว้ คิดเป็นสัดส่วน เท่าไหร่เมื่อเทียบกับความเสี่ยง
หาก Reward ต่ำกว่า สัดส่วน Risk เทรดนี้ไม่คุ้มที่จะเสี่ยง เราก็ไม่ควรเทรดนะครับ
หรือเพื่อนๆอาจจะนำมาใช้ประเมินระบบเทรด เพื่อใช้ในการเลือกมาใช้ก็ได้ครับ
เช่น สมมุติถ้าเรามีระบบที่ใช้ R:R = 1:1 และระบบมี WinRate 50% ระบบนี้ก็ไม่ค่อยน่าสนใจมากนัก
เพราะมีโอกาสที่พอร์ตของเราจะไม่เติบโตหากเราใช้ระบบที่ใช้ R:R = 1:1 ระบบนั้นจึง
จำเป็นต้องมี WinRate ที่สูงเกินกว่า 50% ยิ่ง WinRate สูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีเท่านั้น
เพื่อให้การเทรดด้วยระบบนั้นได้เปรียบมมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าระบบนั้นมี R:R มากกว่า 1:1 เช่น 1:2 หรือ 1:3
ต่อให้ WinRate ของระบบอยู่ที่ 40% ระบบนั้นก็ยังคงได้เปรียบ และ ยังมีโอกาสทำกำไรได้อยู่
และถ้าระบบยิ่งมี WinRate สูงเท่าไหร่ ระบบนั้นก็ยิ่งได้เปรียบมากยิ่งขึ้นเช่นกันครับ
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ผมจะทำตารางเปรียบเทียบเรื่อง R:R ให้คุณดูกันสัก 2-3 ตัวอย่างดังนี้

ตารางที่ 1 : ใช้ R:R ที่สัดส่วน 1:2 เทรด 20 ครั้ง
โดยเทรดชนะ 10 ครั้ง และแพ้ 10 ครั้ง มี WinRate
อยู่ที่ 50% ผลรวมยังคงมีกำไรพอร์ตยังคงเติบโตได้



ตางรางที่ 2 : ใช้ R:R ที่สัดส่วน 1:2 เทรด 20 ครั้ง
โดยเทรดชนะ 8 ครั้ง และแพ้ 12 ครั้ง มี WinRate
เพียง 40% แต่ผลรวมยังคงมีกำไรอยู่
พอร์ตยังมีโอกาสเติบโตได้เช่นกัน



ตารางที่ 3 : ใช้ R:R ที่สัดส่วน 1:3 เทรด 20 ครั้ง
โดยเทรดชนะ 7 ครั้ง และแพ้ 13 ครั้ง มี WinRate
เพียง 35% เท่านั้น แต่สังเกตุว่าผลรวมยังคงมีกำไร
และ พอร์ตยังมีโอกาสเติบโตได้



ตอนนี้เริ่มเห็นพลังของ "Risk Reward Ratio"
ที่ได้เปรียบแล้วหรือยังครับ
ดังนั้นถ้าเรามีระบบที่ R:R ตั้งแต่ 1:2 ขึ้นไป
ขอแค่ WinRate 45%-50% ก็เพียงพอ
ที่จะทำให้พอร์ตเราโตขึ้นได้แล้วครับ
เรื่องนี้เพื่อนๆไม่ควรมองข้ามมันไปนะครับ
และ หวังว่าเนื้อหานี้จะเป็นประโยชน์ ให้มือใหม่
หลายๆคน นำไปใช้ พิจารณาในการเทรด
หรือ เลือกใช้ระบบเทรดกัน
ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ

cr : purd tanitas & Forex : ออกจากความเป็นเม่า
3
วิธีฝาก-ถอนเงิน FBS



FBS มีวิธีการฝากเงินได้ทั้งหมด 14 วิธี




4
วิธีสมัครเปิดบัญชี FBS



1. ไปที่เว็บไซต์ FBS  >> กรอกอีเมล >> กรอกชื่อและนามสกุลจริงเป็นภาษาอังกฤษ
>> คลิ๊กลงทะเบียน. >> http://bit.ly/FBSThaiLand


2. ระบบรันสู่หน้าแจ้งรหัสผ่านชั่วคราว ให้เราตั้งรหัสผ่านใหม่(เพื่อความปลอด) แล้วคลิ๊กเปลี่ยน.


3. จากนั้นระบบจะมาสู่หน้าแจ้งว่าได้ส่งลิงค์ยืนยันการสมัครไปที่อีเมลแล้ว ให้เรากลับไปเช็คอีเมลแล้วกดลิงค์ยืนยันดังกล่าว.


4. จากนั้นระบบจะรันมาสู่หน้าให้ล๊อคอิน เพื่อเข้าสู่พื้นที่ของสมาชิก FBS ให้เราใส่อีเมล และรหัสผ่านเพื่อ Log in ได้เลย.


5. เมื่อล๊อคอินสำเร็จแล้วระบบรันเข้าสู่หน้าพื้นที่ของสมาชิก จะมีป๊อบอัพแจ้งว่าเราเป็นคนไทยใช่ไหม เราก็คลิ๊ก Yes, it is correct
ก็เป็นอันว่าเรียบร้อย !! อย่าลืมแวะไปเลือกภาษาไทยตามตัวอย่างนะครับ.


มาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อไปก็คือการเปิดบัญชี กรณีตัวอย่างคือบัญชี Trade 100 Bonus (เทรดฟรี 100 $ ภายใน 30 วัน)
ตัวอย่างการเปิดบัญชีคือ >> ไปที่เมนูเปิดบัญชี >> เลือกประเภทบัญชี Trade 100 Bonus >> เลือกสกุลเงินเป็น USD >>
คลิ๊กเปิดบัญชี ตามตัวอย่าง.



ระบบรันสู่หน้า แจ้งการเปิดบัญชีแล้ว ให้เราเก็บบันทึกข้อมูลสำคัญของบัญชีไว้ให้ดี ประกอบด้วย หมายเลขบัญชี (ID),รหัสผ่าน,
Server, IP Metatrader,Invester password จากนั้นทำการดาวน์โหลดแพลตฟอร์มเทรด ในที่นี้เลือก MT5 For Windows


6. กลับมาสู่หน้าพื้นที่ของสมาชิก สิ่งสำคัญอันดับสุดท้ายที่เราขาดไม่ได้คือ การยืนยันหมายเลขโทรศัพท์ และการยืนตัวตนและที่อยู่
วิธีการยืนยันตัวตนและที่อยู่ก็ง่ายๆไม่ได้ยุ่งยากอะไร ใช้บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต กรณียืนยันที่อยู่ก็ใช้บิลค่าน้ำค่าไฟ หรือใบแจ้ง
ยอดการชำระบัตรเครดิตก็ได้ โดยเอกสารเน้นที่เป็นสี ไม่ใช่ขาวดำเป็นใช้ได้ครับ.
5
พัฒนาอารมณ์การเทรด ด้วยหลักการง่ายๆ

หลายครอบครัวต้องเริ่มหาอาชีพเสริมเพื่อความอยู่รอดในสภาวะเศรษฐกิจถดถอย
อาชีพเทรดเดอร์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าจะสามารถช่วยคุณได้ แต่ก็อย่างที่รู้ๆ
กันนั่นแหละ รายได้งาม ความเสี่ยงก็ย่อมต้องสูงตามมาด้วย  วิธีที่ช่วยควบคุมเกมส์
ได้ นั่นคือ สติ  คุณต้องตั้งสติให้มั่น ไม่วอกแวกไปกับสิ่งที่ก่อให้เกิดกิเลสในใจ
หาไม่แล้ว จากที่ได้จะกลายเป็นเสียไปแทน วันนี้ เรามีทริกดีๆที่จะช่วยให้การเทรด
ของคุณดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลองนำไปปฎิบัติกันดูนะคะ

บัญญัติ  8  ประการที่จะช่วยให้การเทรดของเทรดเดอร์ดีขึ้น



นักลงทุนที่เป็นเทรดเดอร์อิสระต้องพบกับความกดดันมากมายในแต่ละวัน  เราควร
จะต้องมีวิธีการจัดการกับชีวิตประจำวันเพื่อให้ตนเองมีระเบียบชีวิตที่ดีขึ้นเพื่อสู้กับ
ความเครียดที่เกิดจากการเทรด ควรตั้งเป้าหมายไว้ว่าเราจะใช้ประโยชน์จากการเทรด
เพื่อเป็นการพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้น นั่นคือ  ที่มาของ สโลแกน ที่ว่า ......
“ Trading to Improve Your Life “ มีหลักการง่ายๆในการเตรียมตัวให้พร้อมเหมือน
เช่นกับนักกีฬาที่จะเข้าสู่สนามการแข่งขันเพื่อชิงชัยและยึดเอาชนะให้ได้ตามเป้า
หมายที่ได้ตั้งใจไว้ ดังนี้

นอนหลับให้ครบ 7-8 ชม.  เมื่อคนเรานอนไม่พอ ความสามารถในการตัดสินใจ ความ
สามารถในการทำตามระบบ หรือ การมีวินัยการเทรดจะค่อยๆลดลง ในที่สุดความเครียด
ที่สะสมจากการนอนไม่พอ จะทำให้เกิดการขาดทุนหนักๆ  เพราะสมองของเราสั่งการ
ผิดพลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เริ่มวันใหม่ด้วยอาหารเช้าที่ดีต่อสุขภาพ เมื่อตื่นเช้ามาควรจะเริ่มด้วยอาหารที่ดี ครบ
ทั้ง 5 หมู่  และ เน้นไปที่โปรตีนเป็นหลักเพื่อช่วยในการทำงานของสมองและอวัยวะ
ต่างๆของร่างกาย อีกทั้งเมื่อตื่นนอนควรเริ่มด้วยการดื่มน้ำทันทีเพื่อสร้างสมดุลร่าง
กายในวันนั้นๆและยังช่วยส่งผลให้อารมณ์ดีอีกด้วย

ออกกำลังกายเป็นประจำ แค่การเดินหรือการวิ่งเหยาะๆวันละ 15-20 นาที จะสามารถ
ช่วยเรื่องสมาธิในการทำสิ่งต่างๆได้อย่างดีโดยเฉพาะการเทรด

มีงานอดิเรกอื่นๆที่ไม่ใช่การเทรด  เทรดเดอร์ทุกคนต้องไม่อยากที่จะนั่งเทรดทั้งวัน
ซึ่งถ้าความสุขของคุณ คือ กำไรจากการเทรดและความเศร้าของคุณเกิดจากการขาด
ทุน  นั่นคือ คุณกำลังเสพติดการเทรดอย่างมาก ดังนั้น คุณควรรีบหางานอดิเรกที่ชื่น
ชอบทำ เพราะในท้ายที่สุดคุณอาจจะ Overtrade ได้จากการนั่งเทรดนานจนเกินไป

วางแผนการเทรดล่วงหน้าทุกสัปดาห์   จากการวิจัย เราทุกคน ทราบว่าคนที่วางแผน
จะสามารถไปสู่เป้าหมายได้ดีกว่าคนที่ไม่วางแผน ในเรื่องการเทรดการวางแผนเปรียบ
เสมือนการวางโครงเรื่องจากอดีตเพื่อให้เราทราบความเป็นจริงที่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
นั่นเอง อีกทั้งการวางแผนช่วยให้เราอยู่กับเรืองราวที่มีความเป็นจริงของตลาด ณ เวลา
นั้นอีกทาง

สร้างทัศนคติในแง่บวกต่อตนเอง เราเรียกกันง่ายๆว่า Positive Thinking กล่าวคือ เรา
ต้องมีแนวความคิดที่ดีต่อตนเอง โดยในเรื่องการเทรด เราควรประเมินผลสำเร็จกันในระยะ
ยาว เช่น รายเดือนหรือรายปี ไม่ใช่ว่าเทรดคราวนี้แพ้แล้วพอ จบ  เพราะการตัดสินว่าเรา
ประสบความสำเร็จ หรือ ล้มเหลวในการเทรดไม่ได้ตัดสินกันแค่ในการเทรดชนะหรือแพ้
ในระยะสั้นๆเท่านั้น เพราะการคิดในแง่ลบต่อตนเองนั้นมันจะเป็นการบั่นทอนกำลังใจของ
ตนเอง

พัฒนาการเทรดของตนเองให้เป็น The Best  ข้อนี้ หมายความถึงว่า  เราถนัดเทรดในเรื่องใด
ก็เอาให้เก่งในเรื่องนั้นไปให้สุดๆไปเลย  เช่น คุณเก่งในการเทรด Price Action  คุณต้อง
เป็นหนึ่ง ในรายชื่อของ  Master of Price Action ให้ได้

รักที่จะมีวินัยด้วยหลักคิดที่เรียบง่าย   วินัยเป็นเรื่องที่ใครๆก็บอกว่าต้องมี แต่เทรดเดอร์อิสระ
หลายท่านบอกว่า มันมียาก หรือ ไม่ก็ทำได้ไม่นาน ซึ่งเชื่อว่ามาจากการขาดเป้าหมายและ
ความเชื่อมั่นของตนเอง มัวแต่หาระบบเทพ หรือ ระบบที่ดีกว่าที่มีเพราะสาเหตุมาจากคุณ
ไม่มั่นใจในวิธีของตนเอง เสพและ ติดตามข่าวสารมากเกินไปทำให้เกิดความคิดโลเล และ
ทายสุด ทำให้ขาดวินัยไปในที่สุด  มีความเชื่อผิดๆที่เชื่อกูรูต่างๆแล้วคิดว่าต้องกำไร  ความ
จริงแล้ว เพียงแค่คุณเทรดในแบบที่ชอบ ตามเวลาที่เลือกกับเป้าหมายที่ต้องการเท่านั้นเอง
แล้วคำว่า “วินัย” จะตามมาเอง  วินัยเกิดจากความรักในสิ่งที่จะทำ ไม่ใช่เกิดจากผลตอบ
แทนของสิ่งนั้น

ท่ามกลางโลกทุนนิยมที่เติบโตขึ้น ตลาดการเงินก็เติบโตขึ้นอย่างกว้างขวางไม่แพ้กัน มีคน
จำนวนมากทั่วโลกหันมาสนใจอาชีพเทรดเดอร์อิสระกันอย่างแพร่หลาย โดยทั่วไปเมื่อพูดถึง
เทรดเดอร์คนจะมักนึกถึงเทรดเดอร์ผู้ชายมากกว่าผู้หญิงเพราะด้วยลักษณะนิสัยที่กล้าได้กล้า
เสียและยอมรับความเสี่ยงได้มากกว่า แต่จากสถิติในปัจจุบัน กลับพบว่าจำนวนเทรดเดอร์
เพศหญิงได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

จากการสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์พบว่า ในญี่ปุ่น มี กลุ่มแม่บ้านได้พยายามหาทางทำงาน
หาเงินและยังคงทำหน้าที่แม่บ้านได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง  หนึ่งในงานหาเงินที่กำลังเป็นที่
นิยมอย่างมาก คือ การเป็นเทรดเดอร์ค่าเงินอิสระที่เทรดอยู่กับบ้าน หรือที่เรียกกันว่า Home trader
มีแม่บ้านที่มาเป็น Day Trader ในตลาด Forex นั้นมีมากกว่า 100,000 คน

ส่วนใหญ่เน้นการลงทุนเก็งกำไรระยะสั้นในจำนวนเงินที่ไม่มากนัก โดยใช้ข้อได้เปรียบในเรื่อง
Leverage ของตลาด Forex และช่วงการเปิดตลาดที่สามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้
คุณแม่บ้านเหล่านั้นสามารถแบ่งเวลาจากการที่ต้องดูแลจัดการงานในบ้านมาทำการเทรดได้
พวกเธอได้สร้างสังคมของเธอในโลกออนไลน์มากมายเพื่อแชร์ประสบการณ์ เผยแพร่ความรู้
ให้กับแม่บ้านคนอื่นๆ และเพื่อเป็นการแสดงให้สังคมเห็นถึงคุณค่าของผู้หญิงว่าพวกเธอก็
สามารถทำงาน หาเงินได้ดีไม่แพ้ผู้ชายเช่นกัน และจากการที่เริ่มมีเทรดเดอร์ในกลุ่มพวกเธอ
ประสบความสำเร็จมากขึ้นทำให้ ปัจจุบันกลายเป็นอาชีพใหม่ในสังคมญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มเติบโต
และเริ่มได้รับ การยอมรับมากขึ้น

นิสัยเสียที่มักขัดขวางความสำเร็จ

มีนักจิตวิทยาได้วิเคราะห์ นิสัยเสียที่มักขัดขวางทางสำเร็จของพวกเรากัน นะ

1.ยืมจมูกคนอื่นหายใจ   คุณจะอ่อนแอต่อการใช้ชีวิตและขาดทักษะในการแก้ไขปัญหาด้วย
ตัวเองหากคุณหวังพึงแต่คนอื่น หากคุณเป็นคนที่ทำธุรกิจ ก็จะทำให้ความต่อเนื่องในการ
ดำเนินธุรกิจต้องขาดตอน  ทำให้คุณขาดความเชี่ยวชาญในการทำงานในส่วนงานที่คุณต้อง
รับผิดชอบอีกด้วย  การเปลี่ยนแปลงตนเองให้สำเร็จเราควรจะเรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
หมั่นหาความรู้เพิ่มอยู่ตลอดเวลา เช่น ลงอบรมเพิ่มเติมความรู้ที่เกี่ยวกับหน้าที่การงานที่รับ
ผิดชอบ, ลงเรียนภาษาเพิ่ม, ติดตามข่าวสาร, อัปเดตเทรนด์อยู่เสมอ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วย
ส่งเสริมศักยภาพและช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับตัวเราเอง   

2.ยึดติดว่าตัวเองเก่งที่สุดดีที่สุด  ชอบเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง กระทำตนให้เหนือคนอื่นได้ทุก
เวลา ในโลกแห่งการทำงานหรือการทำธุรกิจนั้น การประสานงานขอความร่วมมือเป็นสิ่งที่ช่วยนำ
พาคุณไปสู่ความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว และอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ธุรกิจของคุณอยู่หรือไป
และเมื่อคุณไปพบกับคุณที่เก่งกว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดปมในใจ บางคนกลายเป็นคนไม่มั่นใจ
บางคนกลายเป็นคนอิจฉาริษยาอยู่ตลอดเวลา ความรู้สึกเหล่านี้เป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้
กับทุกคน แต่เราไม่ควรจะปล่อยให้มันมาทำร้ายเรา ดังนั้น เราควรเริ่มต้นจากการเคารพและรัก
ตัวเองให้ได้ก่อน เปลี่ยนความคิดทางลบให้เป็นพลังบวก จำไว้ว่า ทุกคนมีความพิเศษอยู่ในตัวเอง
และไม่มีใครในโลกนี้ที่สมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง ทุกคนล้วนมีดีและร้ายปะปนกันอยู่เสมอ

3.  กลัวการเริ่มต้นใหม่   ความกลัวการเริ่มต้นเป็นอุปสรรคหนึ่งที่จะทำให้ความสำเร็จของคุณไม่มี
วันเป็นจริง ซึ่งคนประเภทนี้หากทำธุรกิจหรือต้องทำงานสำคัญงานใดงานหนึ่ง มักจะรู้สึกกลัวการ
ทำงานที่ไม่เคยทำมาก่อน กลัวว่าจะทำงานไม่สำเร็จ หรือกลัวความล้มเหลว  คุณต้องหัดเปิดใจรับ
สิ่งใหม่ ๆ  เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างได้ผล เนื่องจาก เราจะได้เรียนรู้
ในสิ่งที่ไม่เคยรู้  เราจะได้เจอกับความท้าทาย เห็นโลกกว้างขึ้น และเป็นบันไดไปสู่ความสำเร็จใน
อนาคต

4. ชอบโชว์เดี่ยว ไม่มีทีมเวิร์ค การทำงานหรือทำธุรกิจก็เช่นกัน ไม่มีใครสามารถทำงานคนเดียว
ได้ และถึงแม้จะเป็นธุรกิจส่วนตัวหรืองานอิสระก็ตามที ก็ยังต้องพึ่งพาเพื่อนพ้องในสายงานที่เคย
ทำงานร่วมกันมา วันนี้สำรวจตัวเองกันสักนิดว่าคุณกำลังเป็นคนประเภทนี้อยู่หรือไม่ เพราะถ้าใช่!
ก็หมายความว่าคุณกำลังอยู่ห่างไกลความสำเร็จ

5. ถอดใจทิ้งเป้าหมายไว้กลางทาง แต่คนที่มุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จนั้น จะวาดเป้าหมายจน
เห็นเป็นรูปร่างอย่างชัดเจนไว้ และทำทุกวิถีทางเพื่อให้ภาพนั้นเป็นจริง การที่เราจะทำอะไรสักอย่าง
สำเร็จต้องมาจากความสมัครใจ และความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง พูดง่าย ๆ คือ เราต้องอินกับสิ่ง
ที่เราจะทำ เพราะถ้าเรารู้สึกมุ่งมั่นอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง เราก็จะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ  จะมีพลังใจ
ที่จะทำและมีความสุขกับการได้มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของเราไปในทางที่ดีขึ้น ใจที่มุ่งมั่น
จุดหมายก็อยู่ไม่ไกล

ลองวิเคราะตัวเองและปรับปรุงนิสัยบางประการของคุณดูนะ  แม้คุณจะยังไม่ได้เป็นเทรดเดอร์
ก็ตาม เราเชื่อว่าทริกต่างๆที่นำมาเสนอข้างต้นนั้นจะช่วยให้คุณประสบผลสำเร็จในชีวิตได้ดียิ่งขึ้น
เราเอาใจช่วยค่ะ








6
นวัตกรรมสร้างคนให้เกิดเป็น “นักลงทุนพันธุ์ใหม่”

เป็นเรื่องจริงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพฤติกรรมของผู้คนในสังคมเปลี่ยนไป
ตัวอย่างเช่น เมื่อไวรัสโคโรน่าระบาดหนักขึ้นพร้อมกันทั่วโลก เราก็ได้พบว่าผู้คนทั่วไปได้สร้าง
ลักษณะนิสัยใหม่ๆขึ้น ซึ่งในโลกของเท็คโนโลยี่ก็เช่นกัน เราจะพบว่า นวัตกรรมได้สร้างนักลงทุน
แบบใหม่ขึ้น


via stock2morrow

“ นักลงทุนพันธุ์ใหม่ ”  ในยุคที่โลกไร้พรมแดนผู้คนต่างเชื่อมต่อกันผ่านอินเตอร์เน็ตไร้สาย

นวัตกรรมนี้ได้ก่อให้เกิดมนุษย์พันธุ์ใหม่ขึ้นในอาชีพต่างๆ  เรื่องนี้ไม่เว้นแม้ในอาชีพนักลงทุน 
เรามีนักลงทุนพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น ซึ่งมักพบเห็นได้ทั่วไปตามร้านกาแฟ หรือ ลานพักผ่อนในศูนย์
การค้าและห้างสรรพสินค้าทั่วไป  นอกจากนั้น บางคนอาจนั่งอยู่แต่ในบ้าน นั่งเฝ้าจอคอมพิวเตอร์
ไม่ออกไปไหน  หลายคนในกลุ่มคนพวกนี้ บางคนสามารถทำเงินได้ถึงหลักหลายแสนไปจนถึง
หลักล้านต่อเดือน โดยไม่ต้องออกจากบ้าน  มีบางคนทำเก๋หน่อย มีออกไปนั่งตากแอร์ตามร้าน
กาแฟ  เปิดกราฟดูให้คนอื่นๆได้เห็นตัวบ้าง ให้คนที่เดินผ่านไปมาได้สงสัยกันว่า กระทำการ
ลับๆล่อๆ อะไรกันหรือนี่

นี่ คือ ลักษณะของคนพันธุ์ใหม่ที่เรียกกันว่า เทรดเดอร์อิสระ โดยอาชีพนี้จริงๆ แล้วเป็นที่นิยม
อย่างมากในต่างประเทศมาหลายทศวรรษแล้ว แต่เพิ่งเริ่มได้รับความสนใจในเมืองไทยมาไม่
นานนัก เพราะไลฟ์สไตล์ของอาชีพนี้ มันสามารถตอบโจทย์ของคนยุคใหม่ ที่รักความสบาย ไม่
ชอบเป็นลูกจ้างใคร  มีชีวิตที่อิสระได้อย่างลงตัว ทำอะไรรวดเร็ว ฉับไว รวยไว หายห่วง

เขาค้าขายอะไรกันหรือ ??   หรือว่า  พวกเค้าดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาชีพอะไร กัน นะ

เทรดเดอร์อิสระเหล่านี้ จะไม่จำกัดตัวสินค้าที่ใช้เทรด เช่น  หุ้นในประเทศ  หุ้นในตลาดฟิวเจอร์
ทองคำ สินค้าเกษตร พลังงาน ตลอดไปจนถึงค่าความเปลี่ยนแปลงของเงิน บางเขาก็ไม่สนใจว่า
มัน คืออะไร แต่ขอแค่ตัวสินค้านั้นทำเงินให้ได้ก็พอ โดยเทคนิคการเทรด ส่วนใหญ่แล้วจะเป็น
เทรดเดอร์ที่ใช้เทคนิคคอล ดูกราฟเป็นหลัก ซึ่งอาจจะดูปัจจัยพื้นฐานอื่นๆประกอบเพิ่มขึ้นบ้าง
อันนี้ก็แล้วแต่วิธีการส่วนตัวของเทรดเดอร์แต่ละคน

ชีวิตที่ดูแสนสบาย ทำเงินได้เพียงแค่ปลายนิ้วคลิกเท่านั้น ทำให้เด็กจบใหม่ หรือ คนวัยเกษียณ
เกษตรกร และหรือแม้แต่คนที่มีงานการประจำทำอยู่แล้วก็ตาม เริ่มให้ความสนใจ เริ่มศึกษา แต่
หลายๆคนก็ยังไม่กล้า เพราะเป็นเรื่องแปลกใหม่พอสมควร รวมถึง การที่ระบบการทำเงินแบบนี้นั้น
ยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับสักเท่าไรในประเทศไทย แต่ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่หันมายึด
อาชีพนี้ แต่เชื่อหรือไม่ว่า คนที่ประสบความสำเร็จในการเป็นเทรดเดอร์อิสระนั้น จริงๆแล้ว มีเพียง
หยิบมือเดียวเท่านั้นเอง ผู้คนที่มี เปลือกนอกที่ถูกมองว่าสวยหรู หาเงินได้ง่ายๆ เหล่านี้ ได้ผ่านการ
ฝึกฝนมาอย่างหนัก เหมือนนักรบที่ผ่านสงครามมาอย่างโชกโชน  ผู้ที่อยู่รอดเชื่อได้เลยว่าเขา
ได้ผ่านด่านที่สาหัสเกือบตายมาแล้วทุกคน !!!!

กว่าคุณจะปั่นจักรยานเป็นก็ต้องล้มสักกี่ครั้ง การจะเป็นเทรดเดอร์อิสระที่ประสบความสำเร็จนั้นก็
ต้องล้มมามากกว่านั้นหลายร้อยเท่าเพราะการจะเป็นเทรดเดอร์อิสระได้นั้น ไม่ใช่แค่คุณศึกษามาดี
พร้อมครบถ้วนทุกกระบวนการ มีทุน หรือ มีระบบเทรดที่เลอเลิศแล้ว ก็ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมดที่
จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการเทรดได้ สิ่งที่เหนือกว่านั้น คือความสามารถในการควบคุม
ตัวเอง คุณต้องสามารถจัดการกับอารมณ์ของคุณได้ในทุกสถานการณ์และต้องมีวินัย เชื่อเหอะ
มันไม่ง่ายเลย เพราะถ้ามันทำได้ง่ายๆ ป่านนี้คงมีเทรดเดอร์ที่ร่ำรวยล้นฟ้ากันตรึมไปหมดแล้ว

แต่แน่นอน หากคุณทำได้ นั่นคือ ช่วงเวลาที่คุณปั่นจักรยานเป็น มันคือช่วงเวลาที่คุณจะปล่อยให้
สัญชาติญาณขับเคลื่อนตัวคุณ เก็บเกี่ยวผลกำไรได้ไม่รู้จบ เพียงแต่กว่าจะถึงวันนั้น คุณอาจจะต้อง
ถูกฟันจนหัวแบะก่อนไม่รู้สักกี่รอบ จึงไม่ต้องแปลกใจ ว่าทำไมคนที่ก้าวเข้ามาในสังเวียนการเทรด
ถึงล้มหายตายจากไป หน้าใหม่เข้ามา หน้าเก่าจากไป วนเวียนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ตลาดจะเป็นผู้ตัดสิน
เองว่าใครที่จะสามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดนี้ต่อไปได้ ใครคือคนที่สามารถต่อสู้กับความโหดร้ายของ
มันได้

แต่ไม่ว่าตลาดนี้ มันจะโหดร้ายเพียงใด หากคุณมีความอดทน มุ่งมั่น พยายามพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น
ควบคุมจิตของตัวเองได้มากขึ้น ฝึกการมีวินัยในทุกๆการเทรดซึ่งแน่นอนว่ามันต้องใช้เวลา เราเชื่อว่า
คุณจะเป็นจอมยุทธ์อีกคนที่ใครๆต้องอิจฉา เพราะรางวัลที่คุณจะได้รับจากเวทีนี้ มันคุ้มค่ากับการต่อ
สู้อย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จหลายคนมักมีไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันออกไป เช่น บาง
คนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินทางท่องเที่ยวและเทรดผ่านมือถือ ส่วนอีกหลายๆคนก็ใช้เวลาไปกับ
สิ่งที่ตัวเองชื่นชอบและเทรดไปด้วยผ่าน Laptop โดยยังสามารถหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้ เทรดเดอร์
ส่วนใหญ่มีรายได้มากกว่าพนักงานประจำหลายเท่า ขอแค่คุณปรับคลื่นความคิดของคุณให้ถูกจุด คุณ
จะสามารถหาเงินกับการเทรดได้ไม่ยาก  อยู่ที่ว่าคุณได้พยายามมากพอหรือเปล่า ทุ่มเทพอไหม และ
ที่สำคัญที่สุด คุณสู้จริงรึเปล่า อย่าลืมว่าการเปลี่ยนแปลงไม่อาจทำให้คุณประสบความสำเร็จได้เสมอ
ไป แต่ความสำเร็จล้วนต้องเริ่มมาจากการเปลี่ยนแปลง

เราลองมาพิจารณาดูการลงทุนในแบบต่างๆ เป็นต้นว่า การลงทุนในตลาดเงินตรา หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า
  Forex  นั้นมีลักษณะใกล้เคียง กับ การลงทุนซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ นั้นคือ การซื้อมาขายไป
รายได้เกิดจาก กำไรที่ได้จากผลต่างของ ราคาซื้อ กับ ราคาขาย มันคือ เป็นการซื้อขาย เงินตราสกุลต่าง ๆ
ในตลาดโลก นั่นเอง

ผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาด Forex นั้นสูงมาก เมื่อเทียบกับการลงทุนในตลาดหุ้น หรือ การลง
ทุนในกองทุนต่างๆ สำหรับผู้ที่ติดตามดูการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน อาจสงสัยว่าการ
ลงทุนในตลาด Forex ซึ่งซื้อขายเงินตราสกุลเงินต่าง ๆ จะให้ผลตอบแทนสูงได้อย่างไร ในเมื่อแต่ละวัน
อัตราการเปลี่ยนแปลงราคาของสกุลเงินต่าง ๆ นั้นเปลี่ยนแปลงน้อยมาก (ไม่ถึง 1%)  สิ่งที่ทำให้ตลาด
Forex ให้ผลตอบแทนสูงนั้น คือ ระบบ Leverage ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุน สามารถลงทุนและ
ทำกำไรได้เหมือนมีทุน มากกว่าทุนจริงที่มีอยู่ และ สามารถเลือกทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ซึ่ง
ทั้งหมดนี้เหมือนกับการลงทุนใน Gold Future, TFEX หรือ SET50 Future ในบ้านเรานั้นเอง เพียง
แต่ว่า อัตรา Leverage นั้นสูงกว่ามาก

หลายคนอาจจะสงสัย กับ คำว่า ผลตอบแทนสูง นั้นสูงมากขนาดไหน ??

การลงทุนซื้อหุ้นในตลาดทุนเพื่อทำกำไรระยะสั้น  โอกาสที่จะได้กำไร 10-20% ใน 1 วัน นั้นไม่ใช่เรื่อง
ง่ายที่จะเกิดได้บ่อย แต่สำหรับตลาด Forex  การทำกำไร 10-20% ต่อ 1 วัน นั้นเป็นเรื่องปกติและธรรมดา
มาก บางจังหวะเพียงแค่ 5-10 นาที ก็สามารถทำกำไร 10-20% ก็เป็นไปได้  จะเห็นได้ว่า ผลตอบแทน
นั้นสูงมาก แต่ ในทางกลับกันก็เป็นการลงทุนที่มีอัตราเสี่ยงสูงมากเช่นกัน ประมาณว่า  มี 100 ก็หมด 100
ได้ไม่ยาก ในเวลาอันสั้นเช่นกัน ดังนั้นผู้ที่สนใจ และอยากลองลงทุนในตลาด Forex ก่อนลงทุนควรศึกษา
ให้ดีก่อน

ทำไมต้องลงทุนในตลาด Forex

ถ้าคุณสนใจในการลงทุนจะพบว่า ปัจจุบันนักลงทุนจากทั่วโลกกำลังหลงใหลในตลาด Forex  ทำไมจึง
เป็นเช่นนั้น เรามาดูกันว่าตลาด Forex นั้นมีข้อดีอะไรกันบ้างที่ทำให้คนจำนวนมากเลือกลงทุนในตลาดนี้
มีบุคคลมากมายที่ประสบความสำเร็จในการเทรด Forex  แต่ที่น่าจับตาและเป็นดาวเด่นในใจของใคร
หลายๆคนคงจะได้แก่   Rodrigo Villela เทรดเดอร์ค่าเงินชาวเม็กซิโก,  Rudy Leder เทรดเดอร์ค่าเงิน
ชาวอเมริกัน, Nial Fuller เทรดเดอร์ค่าเงินสไตล์ Price action, แม่บ้านญี่ปุ่นหลายคนก็เป็นเทรดเดอร์
ค่าเงิน  และ Joe Chalhoub Forex trader ผู้ไม่ยอมแพ้  เป็นต้น

ข้อดีของ Forex ที่เราค้นพบเบื้องต้นนอกจากเป็นตัวสร้างความร่ำรวยให้กับนักลงทุนอย่างรวดเร็ว
แล้วForex ยังมีคุณสมบัติพิเศษดังนี้


ไม่มีค่าคอมมิชชั่น  ไม่มีการหักค่าธรรมเนียมจากบัญชีเงินฝากของเรา ไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมจากการ
ซื้อขายหรือค่าธรรมเนียมจากโบรคเกอร์ โบรคเกอร์ต่างๆจะได้ค่าตอบแทนในบริการของพวกเขา
จากสิ่งที่เรียกว่า Spread

ไม่มีพ่อค้าคนกลาง  ตลาด Forex ไม่มีพ่อค้าคนกลาง คุณสามารถซื้อขายสกุลเงินต่างๆจากตลาด
ได้โดยตรง ทำให้ราคาที่คุณซื้อขาย คือราคาจริงๆของแต่ละสกุลเงินในตลาด

ไม่มีการกำหนดขนาดการซื้อขาย  ใน ตลาดฟิวเจอร์หรือตลาดหุ้นจะมีการกำหนดขนาดการซื้อ
ขายต่อ 1 หน่วยไว้ เช่น Silver futures กำหนดขนาดมาตรฐานไว้ 5,000 ออนซ์ต่อ 1 หน่วย แต่
ในตลาด Forex คุณสามารถเลือกขนาดการลงทุนได้ ซึ่งเราเรียกว่า Lot ทำให้คุณสามารถเริ่มต้น
ลงทุนในตลาด Forex ด้วยเงินที่น้อยมากได้ เช่น 25-100 ดอลลาร์ ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละโบรคเกอร์
จะอนุญาติให้คุณเปิดบัญชีขั้นต่ำเท่าไร

เป็นตลาดที่เปิดทำการ 24 ชั่วโมง สำหรับในประเทศไทย ตลาดจะเปิดตั้งแต่ 5.00 AM ในเช้า
วันจันทร์ ถีง 3.00 AM ช่วงเช้าวันเสาร์ โดยจะเปิด 24 ชั่วโมงทุกวันไม่มีการหยุดพัก
(รวม 120 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ) เป็นข้อดีทำให้ คนที่ต้องการลงทุนแบบ part-time สามารถ
เลือกลงทุนเวลาไหนก็ได้

ไม่มีใครสามารถควบคุมทิศทางของตลาดได้ เพราะขนาดของตลาดที่ใหญ่มากและมีผู้คนและ
องค์กรมากมายมาจากทั่วโลกมาลงทุน ทำให้ไม่มีใครที่สามารถจะควบคุมราคาของสกุลเงินใน
ตลาดได้ ไม่มีใครสามารถปั่นราคาสกุลเงินในตลาด Forex ได้ แตกต่างจากตลาดหุ้นซึ่งมีมูลค่า
การซื้อขายน้อยกว่ามาก จึงทำให้ราคาสามารถถูกปั่นจากกลุ่มนักลงทุนได้ง่าย

มีตัวช่วยที่ชื่อว่า  Leverage ในการซื้อขาย ในตลาด Forex คุณสามารถซื้อขายสกุลเงินที่มี
มูลค่ามากได้ ถึงแม้คุณจะมีเงินลงทุนไม่มากก็ตาม การมี Leverage จะเปิดโอกาสให้คุณสามารถ
ทำกำไรได้มากและขณะเดียวกันก็เป็นการลดความเสี่ยง ของเงินทุนเราด้วย ตัวอย่างเช่น
โบรคเกอร์ เสนอให้ Leverage 1:1000  นั่นหมายความว่า ถ้าคุณฝากเงินในบัญชีการลงทุน
1000 ดอลลาร์ คุณจะสามารถซื้อขายสกุลเงิน ทีมีมูลค่ารวมกันได้ถึง 1,000,000 ดอลลาร์ 
แต่มีข้อควรระวัง นั่น คือ แม้ว่าการมี Leverage จะทำให้นักลงทุนมีโอกาสทำกำไรได้มาก
แต่ในขณะเดียวกัน นั่นก็หมายความว่า เขาก็อาจจะขาดทุนได้มากด้วยเช่นกัน ถ้าไม่มีการ
จัดการความเสี่ยงที่ดี

มีสภาพคล่องสูง เพราะ ว่าตลาด Forex มีขนาดที่ใหญ่มาก และเปิดตลอด 24 ชั่วโมง มีผลให้
ปริมาณในแต่ละวันมากขึ้นเป็นเงาตามตัว การที่มีคนเข้ามาซี้อขายกันทั่วโลก จึงทำให้ทุกครั้ง
ที่คุณต้องการส่งคำสั่งซื้อหรือขายสกุลเงิน คุณจะสามารถซื้อขายได้ทันที เนื่องจากจะมีคนคอย
ซื้อและขายสกุลเงินนั้นๆอยู่ตลอดเวลา

เริ่มต้นลงทุนง่าย  เนื่องจากคุณสามารถเปิดบัญชีการลงทุนกับโบรคเกอร์ต่างๆได้ด้วยเงินลง
ทุนที่ต่ำมาก เช่น 25 $ หรือ 100 $ และ ทุกคนสามารถเปิดบัญชีและลงทุนได้ผ่านเครือข่าย
อินเทอร์เนต ทำให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนที่จะเข้ามาเริ่มลงทุนในตลาด Forex  แต่อย่างไร
ก็ตาม เราไม่แนะนำให้คุณเปิดบัญชีด้วยเงินที่น้อยเกินไป เนื่องจากจะทำให้มีความเสี่ยงที่จะ
ขาดทุนสูง ท้ายนี้  เราหวังว่า ข้อมูลต่างๆเหล่านี้จะมีส่วนช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจลงทุนใน
ตลาดใดตลาดหนึ่งได้ชัดเจนยิ่งขึ้น






7
ศาสตร์การสร้างระบบการซื้อขายด้วยตนเอง



การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีในปัจจุบันได้นำไปสู่แนวโน้ม
ให้นักลงทุนในตลาดเงินตราที่มักเรียกตัวเองว่า “เทรดเดอร์” หันไปใช้ระบบ
การซื้อขายแบบอัตโนมัติ (EA) ในตลาด Forex กันมากขึ้น  แต่อย่างไรก็ตาม
มีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่ยังคงใช้ระบบการซื้อขายด้วยตนเอง
( Manual Trading System )  การซื้อขายทั้งสองวิธี มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
กล่าวคือ การเทรดด้วยระบบอัตโนมัติขาดความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง
ของตลาดที่มีขึ้นเป็นประจำและต่อเนื่อง ในทางกลับกัน การเทรดด้วยตัวเอง
ก็มีความยืดหยุ่นมากเกินไปซึ่งเกิดจากสัญชาติญาณของความเป็นมนุษย์
นั่นเอง และ ในความเป็นจริงแล้วทั้งสองปัญหานี้มันเป็นเรื่องเดียวกัน

ได้มีคนพยายามขจัดข้อเสียของการเทรดด้วยระบบอัตโนมัติโดยใช้ทฤษฎี
ต่างๆเข้ามาช่วย เช่น การสร้างกลยุทธการเทรดที่เป็นระเบียบแบบแผนขึ้นมา
เพื่อลดความเถรตรงเกินไปของระบบเทรดอัตโนมัติ โดยการเพิ่มตัวอินดิเคเตอร์
ต่างๆที่นักเทรดเดอร์ด้วยตนเองมักจะใช้ นำมาใส่เข้าไปในระบบการเทรดแบบ
อัตโนมัติ ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งก็การปรับปรุงกลยุทธ์การซื้อขายด้วยตนเองด้วย
การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยร่วมกับระบบการเทรดด้วยตนเอง แต่ท้ายที่สุดแล้ว
การตัดสินใจในการทำกำไรขั้นสุดท้ายก็มักจะขึ้นอยู่กับตัวเทรดเดอร์เองเช่นเคย

การเลือกใช้กลยุทธ์เทรดร่วมกับการระบุเงื่อนไขอย่างเป็นแบบแผน

เทรดเดอร์รุ่นใหม่หลายคนเลือกที่จะกำหนดจุดเข้าออกในการซื้อขายขึ้นเอง
โดยไม่พึ่งพาระบบอัตโนมัติ พวกเขาต้องการพัฒนากลยุทธ์การซื้อขายของ
ตนเองโดยคำนึงถึงผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดของพฤติกรรมตลาด หลังจากนั้น
เขาก็จะทำตามระบบที่สร้างขึ้นมาอย่างเคร่งครัดและไม่คล้อยตามแรงกระตุ้นใด ๆ
ที่เกิดขึ้นจากความกลัวและความโลภในใจคน

ดังนั้น
ก่อนอื่นเลย เราจำเป็นจะต้องมีกลยุทธ์การซื้อขายเสียก่อน ซึ่งการสร้าง
กลยุทธซื้อขายที่ว่านี้ เราสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ง่ายๆ
ตามวิธีการ  3 ขั้นตอนดังนี้
-ขั้นที่ 1  ค้นหาและเลือกเครื่องมือที่จะใช้ในกลยุทธ์ของเรา
-ขั้นที่ 2 การกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนที่ผู้เป็นเทรดเดอร์มักจะใช้ในการเปิดจุด
ซื้อขายในตลาด
-ขั้นที่ 3 การตั้งค่าเงื่อนไขที่ชัดเจนสำหรับจุดที่จะปิดออเดอร์โดยไม่สนใจถึง
ผลลัพธ์  ณ ขณะนั้นไม่ว่าจะเป็นบวก หรือ ลบ

ขั้นที่ 1
เราจะเลือกใช้ตัวอินดิเคเตอร์  3  ตัวเพื่อใช้ในการสร้างกลยุทธ์การซื้อขาย 
ดังเช่น ในตัวอย่างนี้ เราเลือก

1.  ADX ( Average Directional Movement Index ) คือ ดัชนีทิศทางการ
เคลื่อนที่เฉลี่ย  - เป็นตัวบ่งชี้แนวโน้มที่กำหนดความแข็งแกร่งของแนวโน้มปัจจุบัน
ดัชนีตัวนี้จะบอกถึงความแรงของแนวโน้มว่าในขณะนั้น เช่น ขึ้นแรง หรือ ลงแรง
2. RVI Oscillator ( Relative Vigor Index) คือ ดัชนีความแข็งแรงสัมพัทธ์
3. AC ( Accelerator Oscillator ) ของ Bill Williams คือ ตัวบ่งชี้

อินดิเคเตอร์ทั้ง 3 ตัวนี้ มีอยู่ใน แพลทฟอร์มการซื้อขายของ MQL4  โดยใช้มุมมอง
และการตั้งค่าตามปกติทั่วไปเช่นที่มีอยู่  ดูรูปตัวอย่างประกอบ


Fig. 1. General view of strategy settings

ขั้นที่ 2
ในขั้นตอนที่สอง เราศึกษาวิธีการใช้เครื่องมือที่เลือกมาและเงื่อนไขสำหรับ
การทำงานของอินดิเคเตอร์นั้นๆ ตลอดจนมองหาจุดเข้าสู่ตลาด

เรามาเริ่มทำความเข้าใจเบื้องต้นกันตรงนี้เลย !!!

อินดิเคเตอร์ ตัวแรก  คือ ADX จากรูปที่แสดงด้านบน  ช่วงเวลา ตัวบ่งชี้ที่ระบุ เท่ากับ 10
นอกจากนี้ยังมีการกำหนดระดับสำหรับเส้นแนวโน้มหลัก (สีเขียว) ที่มีค่าเท่ากับ 30 โดย
ค่าใด ๆ ที่เท่ากับ หรือ มากกว่านั้นจะถือเป็นสัญญาณเชิงบวก สำหรับการเข้าสู่ตลาด เป็น
ที่น่าสังเกตว่าสัญญาณซื้อจากตัวบ่งชี้นี้จะเป็นผล เมื่อ + DI (เส้นประสีเขียว) สูงกว่า -DI
(เส้นประสีแดง) ดังนั้นสัญญาณการขายก็จะต้องกลับกัน นั่นคือ เมื่อ -DI สูงกว่า + DI

อินดิเคเตอร์ตัวที่ 2  คือ  AC  ถ้าค่าของตัวบ่งชี้ต่ำกว่า 0 และอยู่สูงกว่า 2 แท่งก่อนหน้านี้
ก็เป็นสัญญาณซื้อ ดังนั้นหากค่าของตัวบ่งชี้อยู่เหนือ 0 และลดลง สองแท่งก่อนหน้า ก็
เป็นสัญญาณขาย

อินดิเคเตอร์ตัวที่ 3  คือ RVI   กำหนดช่วงเวลาการทำงานของมันเท่ากับ 10  และมีเงื่อนไข
สำหรับการซื้อ  เมื่อเส้นสัญญาณ (เส้นบางสีแดง) ข้ามเส้นสัญญาณหลัก (สีเขียว) ที่จุดตัดนี้
และต้องต่ำกว่าศูนย์  ในทำนองเดียวกัน  จุดขาย คือ เมื่อเส้นสัญญาณสีแดงข้ามเส้นหลัก
สีเขียว และอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าศูนย์

เงื่อนไขถัดมา  คือ กรอบเวลารายชั่วโมง (H1)
เงื่อนไขเพื่อเข้าสู่การซื้อขาย คือ การส่งสัญญาณที่ไม่ขัดแย้งกันของทั้ง 3  อินดิเคเตอร์
และ เงื่อนไขสุดท้าย  ขนาดของการซื้อขาย คือ  lot  0.01  จุดทำกำไร ( Take Profit ) คือ
50 points  และจุดตัดขาดทุน  ( Stop Loss ) อยู่ที่  30 points

เงื่อนไขสำคัญเหล่านี้จะถูกกำหนดไว้เพื่อความชัดเจนในการเข้าทำการซื้อขาย
การเปิดสัญญาณซื้อ


เทรดเดอร์จะเปิดสัญญาณซื้อเมื่ออินดิเคเตอร์ได้แสดงภาพดังนี้

1. เส้นหลักสีเขียวของ  ADX มีค่าที่สูงกว่า หรือ เท่ากับ 30 และเส้นประสีเขียว( + DI )
อยู่สูงกว่าเส้นประสีแดง( -D I)
2. ค่า AC แท่งปัจจุบัน สูงกว่าสองแท่งก่อนหน้าและยังคงสูงขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง
3. ใน  RVI เส้นสีแดงบางๆตัดข้ามเส้นหลักสีเขียว และ ทั้งคู่ตัดชี้ขึ้น  แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าศูนย์
4. เปิดสัญญาณซื้อด้วย lot 0.01 ต้องการทำกำไรที่ 50 จุด และตัดขาดทุนที่  30 จุด

การเปิดสัญญาณขาย

เทรดเดอร์จะเปิดสัญญาณขายเมื่ออินดิเคเตอร์ได้แสดงภาพ ดังนี้
1. เส้นสีเขียวหลักของ  ADX มีค่าที่สูงกว่า หรือ เท่ากับ 30 และเส้นประสีเขียว ( + DI )
อยู่ต่ำกว่าเส้นประสีแดง ( -DI )
2. ค่า AC แท่งปัจจุบัน ต่ำกว่าสองแท่งก่อนหน้าและยังคงชี้ต่ำลงไปอย่างต่อเนื่อง
3. ใน  RVI เส้นสีแดงบางๆตัดข้ามเส้นหลักสีเขียว และมีแนวโน้มชี้ต่ำลง และยังคงอยู่สูงกว่าศูนย์
4. เปิดสัญญาณขายด้วย lot 0.01 ต้องการทำกำไรที่ 50 จุด และตัดขาดทุนที่  30 จุด

ขั้นที่ 3
คือ กำหนดวิธีปิดออเดอร์การซื้อขาย และ เก็บกำไรเข้าพอร์ต เมื่อเงื่อนไขในการออกออเดอร์
ได้มาถึงจุดที่ต้องการแล้ว นั่นมาถึงจุดที่กำหนดเป้าหมายไว้แล้ว หมายความว่า พอร์ตเราได้
บรรลุผลกำไร 50 จุด หรือ เกิดผลขาดทุนที่ 30 จุดแล้ว เราก้อทำการปิดออเดอร์ทั้งหมด
ซึ่งการกำหนดนี้จะ กระทำในคราวเดียวกันตั้งแต่เมื่อเริ่มเปิดออเดอร์ หรือจะปิดด้วยมือก็
ได้ ขึ้นอยู่กับตัวเทรดเดอร์เอง

ดังนั้น กลยุทธ์การซื้อขายของเราจึงได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว โดยเราได้กำหนดเงื่อนไขสำหรับการ
เปิดและปิดคำสั่งซื้อขายโดยการเลือกตัวอินดิเคเตอร์และตั้งค่าพารามิเตอร์ต่างๆเรียบร้อยแล้ว

ในขั้นตอนต่อไป เราจะต้องตรวจสอบกลยุทธ์การซื้อขายที่สร้างขึ้นในสภาพจริง ว่าผลลัพธ์
ที่ได้นั้นเป็นไปตามความคาดหวัที่เราตั้งไว้หรือไม่

และ สิ่งสำคัญที่เทรดเดอร์ต้องเข้าใจ คือ ไม่มีกลยุทธ์ใดจะใช้ได้ตลอดไป หรือ ใช้ได้ในทุกๆ
สถานะการณ์ของตลาด  ทั้งเทรดเดอร์ที่ใช้ระบบการซื้อขายอัตโนมัติและเทรดเดอร์ที่ซื้อขาย
ด้วยตนเองมักจะพบเสมอว่าระบบของพวกเขามักจะให้ผลที่แตกต่างกันไปอยู่ตลอดเวลา ตาม
เงื่อนไขต่าง ๆ ตามสภาพและกลไกของตลาด นอกจากนี้ มันจึงไม่แปลกที่เงื่อนไขเริ่มต้นใน
ระบบการซื้อขายที่ระบุไว้แล้วอาจจะแสดงผลลัพธ์ที่ดีกว่าระบบที่เราสร้างขึ้นก็ย่อมเป็นไปได้

ตัวอย่าง เช่น ตามระบบที่เราสร้างขึ้น  เทรดเดอร์จะพบว่าการทำกำไรอาจเพิ่มสูงขึ้นได้ ไม่ใช่
แค่เพียง 50 จุด ดังนั้น เทรดเดอร์ที่ฉลาดจึงควรรู้จักพลิกแพลงวิธีการไปตลอดเวลาเพื่อผล
กำไรที่มากขึ้นหรือเพื่อขาดทุนให้น้อยที่สุด เทรดเดอร์ต้องรู้จักวิเคราะห์ระบบของตัวเองต่อ
เนื่องและหมั่นสังเกตผลลัพธ์จากสถิติที่แสดงให้เห็นว่าหลังจากปิดการซื้อขายแล้ว
เทรดเดอร์ควรจะรู้จักปรับปรุงระบบโดยการใช้ข้อมูลทางสถิติและการสังเกตผลที่ได้ เพื่อให้
ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น  หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถสร้างระบบที่ตัวเองถนัดและ
ทำเงินจากตลาดฟอเร็กได้ดียิ่งขึ้น
















8
กลยุทธ์ง่ายๆที่ทำเงินได้จริงในตลาด FOREX

กลยุทธขั้นพื้นฐานที่นิยมใช้ในการเทรด Forex และโชคดีที่มีเครื่องมือเหล่านี้มากมาย
ใน Platform ซึ่งสามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ การทำความเข้าใจในเครื่องมือต่างๆนี้จึง
เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง เราลองมาศึกษากลยุทธต่าง พร้อม กับ เลือกเครื่องมือที่ใช้
ในการหาสัญญาณและหาจุดเข้าทำการซื้อขายกันดู

กลยุทธการเทรดตามเทรนด์หรือตามแนวโน้ม

การเทรดตามแนวโน้ม หรือ การเทรดตามเทรนด์  คือ การที่เทรดเดอร์จะรอการเคลื่อนไหว
ของราคาและเปิดออเดอร์ไปในทิศทางเดียวกันกับราที่เคลื่อนที่ การทำเช่นนั้น ด้วยแนว
ความคิดที่ว่าแนวโน้มของราคาจะยังคงเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันต่อไปเรื่อยๆ แต่
ด้วยวิธีนี้ จะไม่มีใครสามารถเปิดราคาขาย ณ จุดสูงสุด หรือ เปิดราคาซื้อ ณ จุดต่ำสุดได้เลย
เนื่องจาก เขาจะต้องรอการเคลื่อนไหวของราคาให้มีนัยสำคัญเสียก่อน เพื่อที่ให้แน่ใจว่า
สัญญาณแนวโน้มไม่ว่าจะขาขึ้นหรือขาลงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

1.   การใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ในการเทรดตามแนวโน้ม
เมื่อเทรดเดอร์เลือกที่จะเทรดตามแนวโน้มและพบว่าเทรนด์ขาขึ้นถูกแทนที่ด้วยแนวโน้ม
ขาลง ราคาจะต้องตัดกับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ จากบนลงล่าง และในทำนองเดียวกัน 
เมื่อมีการแทนที่แนวโน้มขาลงกับแนวโน้มขาขึ้นราคาจะต้องตัดค่าเฉลี่ยจากล่างขึ้นบน
จุดตัดเหล่านี้จึงถือเป็นจุดสัญญาณเข้าทำการซื้อขาย

ดูตัวอย่างการเทรด ได้ในรูปที่แสดงข้างล่าง


กลยุทธการเทรดสวนเทรนด์

กลยุทธ์การเทรดสวนเทรนด์ คือ การรอให้ราคาเคลื่อนไหวไปอย่างมีนัยสำคัญแล้ว
ทำการเปิดออเดอร์ไปในทิศทางตรงกันข้ามเมื่อราคาในตลาดจะเริ่มเปลี่ยนทิศทาง
ระบบนี้เป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่เทรดเดอร์เนื่องจาก เทรดเดอร์มักมีจุดประสงค์ที่
จะพยายามซื้อตรงจุดต่ำสุดและพยายามขายตรงจุดสูงสุด แต่สิ่งสำคัญที่สุด ต้องจำ
ไว้ว่า คือ ระบบเทรดตามเทรนด์มักจะเปลี่ยนเทรนด์ตัวเองได้โดยมีปัจจัยภายนอก
มากระทำ ซึ่งเหตุการณ์เช่นนั้นอาจสร้างผลขาดทุนจำนวนมากโดยไม่ได้คาดฝัน
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีจุดที่ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น นั้นคือ  การมีจุด cut loss
ป้องกันไว้เสมอ ข้อได้เปรียบที่สำคัญของระบบเทรดสวนเทรนด์ คือ มันช่วยให้มี
โอกาสในการทำกำไรได้ดี เมื่อใช้ร่วมกับระบบการเทรดตามเทรนด์ จึงมีความเป็นไป
ได้สูงที่การใช้ทั้งสองระบบนี้ร่วมกันจะทำให้สามารถสร้างกำไรได้มากขึ้น





กลยุทธการเทรดตามพฤติกรรมราคา ( Price Action )

ในบางครั้ง การเทรดก็ใช้วิธีการจำรูปแบบของราคา กลยุทธประเภทนี้ ใช้นิยามที่ว่า
กราฟมักจะวิ่งซ้ำไปซ้ำมากับรูปแบบเดิมๆ  ในกรณีนี้นักวิจัยจะพยายามระบุ รูปแบบของ
พฤติกรรมราคา ซึ่งรูปแบบพฤติกรรมดังกล่าวได้รับการพิจารณาให้ใช้สำหรับการประเมิน
ความน่าจะเป็นในปัจจุบันของของตลาด แต่อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวัง ที่ว่า บางครั้ง
รูปแบบของราคาไม่ได้แยกจากกันอย่างชัดเจนเสมอ มีการปรับเปลี่ยนและคลาดเคลื่อน
ได้อยู่เสมอ

กลยุทธการเทรดภายในกรอบของราคา (Supply & Demand)

เป็นการซื้อขายในกรอบของแนวต้านและแนวรับของราคา โดยใช้แนวต้าน / แนวรับ
ซึ่งเป็นเส้นขอบของช่วงราคา กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการเทรดในช่วงที่ตลาด
เกิดอาการไซเวย์ แต่จะไม่สามารถใช้ได้ดีในช่วงที่ราคาวิ่งเป็นเทรนด์ขาขึ้นหรือขาลง
สรุปง่ายๆ คือ เปิดออเดอร์ซื้อเมื่อราคาชนเส้นด้านล่างและเปิดออเดอร์ขายเมื่อราคา
ชนขอบบน

ดังที่แสดงในแผนภูมิด้านล่าง



จุดที่ควรเข้าทำการซื้อขายอยู่ภายใต้กฎต่อไปนี้

-  กำหนด ระดับแนวรับและแนวต้านแล้วขีดเป็นเส้นกรอบของราคาไว้ การคำนวณ
ที่ถูกต้องจะช่วยให้มองเห็นขอบเขตที่ชัดเจนของ การวิ่ง ขึ้น-ลงของราคา
 -  ทันทีที่ราคาวิ่งมาถึงเส้นกรอบล่าง และ เริ่มวิ่งย้อนไปในทิศทางตรงกันข้าม เทรดเดอร์
จะเปิดออเดอร์ซื้อ และ จะเปิดออเดอร์ขายเมื่อราคาวิ่งขึ้นไปถึงกรอบบนหรือระดับแนวต้าน
- ทันทีที่ราคาวิ่งไปถึงเส้นขอบตรงข้าม  ให้ปิดออเดอร์เพื่อเก็บกำไรเข้าพอร์ต ต้องสังเกต
ว่า  บางครั้งอาจเกิดการกลับตัวของราคาก่อนที่ราคาจะวิ่งถึงเส้นกรอบที่ขีดไว้ เทรดเดอร์
ควรเฝ้าระวังและทำการปิดออเดอร์ก่อนจะเกิดความเสียหายเช่นกัน

ข้อดีของกลยุทธ์แบบนี้  คือ  มีการทำกำไรเพิ่มขึ้น เสมือนเหนึ่งป็นการเข้าทำกำไรเป็น
รอบๆของการวิ่งของราคาโดยการเปิดและปิดการซื้อขายได้หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งเป็น
ลักษณะเฉพาะของการวิ่งแบบไซเวย์ ข้อควรระวัง  คือ เมื่อเกิดการทำลายเส้นกรอบ
บน - ล่าง อาจจะเกิดผลขาดทุนจำนวนมาก ดังนั้น  เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสีย จึงมีความจำ
เป็นต้องตั้งค่า Stop Loss ไว้ทุกออเดอร์ หากตลาดเคลื่อนที่ในทิศทางตรงกันข้ามกับแผนที่วางไว้

9
“ Forex Trader ” อีกหนึ่งเป้าหมายของนักลงทุน 



แม้เงินจะไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตแต่ไม่มีใครจะปฏิเสธความจริงที่ว่า “ การไม่มีเงินหรือการมีเงินน้อย
ทำให้มนุษย์เรายากลำบากในการดำรงชีวิต ”   ยิ่งเดี๋ยวนี้ อะไรๆก็มีราคาแพงขึ้นอย่างน่าใจหายแถมด้วย
การระบาดของโรคร้ายทำทุกกิจการเซแทบทรุดกันถ้วยหน้า  การหารายได้เพิ่มขึ้นจึงเป็นช่องทางที่หลาย
คนพยายามใฝ่หา  ต่อให้คุณมีเงินมากสักแค่ไหนหรือว่าคุณจะมีรายได้สูงกว่ารายจ่ายอยู่แล้วก็ตาม ทุกคน
ก็ยังอยากมีเงินเพิ่ม  แต่ทว่า ทั้งเก็บทั้งออม ทั้งกัดฟันรัดเข็มขัดอย่างไร ยอดจำนวนเงินคงเหลือในบัญชี
ของคุณมันก็มักจะเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆจนน่ารำคาญแถมบางเดือนยังติดลบเสียอีก

วันนี้เรามีเกร็ดความรู้ดีๆมาฝาก วิธีที่จะปลูกเงินในกระเป๋าของคุณให้งอกเงยเร็วขึ้น ล้อมวงเข้ามาดูกันเลยค่ะ

ข้อแรก  ต้องมีจินตนาการถึงอนาคต  คุณต้องสร้างมันขึ้นมาเสียก่อน การตั้งเป้าหมายจะช่วยผลักดันให้คุณ
ก้าวข้ามอุปสรรคได้ เรียกว่า จะต้องไม่ล้มเลิก ความฝันค่ะ

ข้อสอง วางแผนที่จะทำ  ต้องวางแผนการสร้างเงินให้เพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจาการออมแล้ว  การลงทุนเป็นอีกวิธี
หนึ่งที่จะก่อให้เกิดรายได้งอกเงยเป็นกอบเป็นกำ  เป็นหนทางหนึ่งที่ต้องทำโดยเริ่มจากเงินทุนที่คุณมีอยู่

ข้อสาม ประเมินทรัพย์สินที่มีอยู่  ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน ต้องสำรวจตรวจตราดูว่า  คุณมีทรัพย์สินอยู่เท่าไหร่
ที่พอจะนำไปเป็นทุนในการหารายได้เพิ่มขึ้นได้  ภาษานักลงทุน เรียกมันว่า “ เงิน ต่อ เงิน ” และ จำไว้ว่า  “
หากไม่เริ่มต้นทำ คุณก็ไม่มีวันไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ ”


การลงทุนใน ตลาดเงินตรา ( Forex ) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ การเลือกลงทุนในเรื่องใดก็ตาม
ต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบเพื่อลดความเสี่ยง  ควรเลือกการลงทุนด้วยเงินก้อนที่ไม่สูงเพื่อจะได้ไม่
กระทบกับการดำรงชีวิตประจำวัน

ฟอเร็กซ์ (Forex) คืออะไร

Forex ย่อมาจาก Foreign Currency Exchange  มีความหมายว่า อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 
Forex ถือเป็นตลาดทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก  มีมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 4 แสนล้านดอลลาร์ต่อวัน ซึ่งมีมูลค่า
มากกว่า ตลาดหุ้นทั้งโลกมารวมกัน

สิ่งที่ซื้อขายกันใน Forex คือค่าเงินซึ่งจะทำการซื้อขายกันเป็นคู่ๆ  เช่น EUR/USD (เงินยูโรต่อเงินดอลลาร์สหรัฐ),
USD/JPY (เงินดอลลาร์สหรัฐต่อเงินเยนญี่ปุ่น) โดยการซื้อเงินสกุลหนึ่งและขายเงินอีกสกุลหนึ่งออกมา  แต่ก่อน
นั้นจะมีการเทรดกันเฉพาะกลุ่มใหญ่ ๆ เช่น ธนาคาร ผู้นำเข้า-ส่งออกกองทุนใหญ่ๆ แต่ในระยะหลังๆมานี้ได้เปิด
โอกาสให้ คนธรรมดา ธรรมดาทั่วไป อย่างเราๆ ท่านๆ สามารถเข้าเทรดได้โดยผ่านโบรกเกอร์ ไม่ว่าคน คนนั้น
จะมีต้นทุนน้อยสักเพียงใด

สิ่งที่น่าสนใจในตลาด Forex

   -ลงทุนต่ำ โดยต่ำสุดอยู่ที่ 1$ หรือ ประมาณ 33 บาท เพราะมี Leverage สูง
   -สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง และสามารถใช้ระบบอัตโนมัติทำกำไรได้
   -กระทำการ ซื้อ-ขาย ได้ง่ายสะดวก รวดเร็ว ผ่าน อินเตอร์เน็ต ออนไลน์
   -โบรกเกอร์ มีสภาพคล่องสูง
   -สามารถทำกำไรจากการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนได้ 24  ชั่วโมงในวันที่เปิดทำการ
   -มีบัญชีให้ทดลองเทรด เพื่อการเรียนรู้ที่ดีเยี่ยม ก่อนลงสนามจริง

จะเริ่มต้นยังไงดี?

   1. เข้าใจเสียก่อนว่า  มันคืออะไร ?
    2. รู้คำศัพท์ในตลาด Forex เพื่อที่จะเข้าใจความหมายในแต่ละเรื่องได้ง่ายขึ้น   
   3. ฝึกฝน กับตลาดจริงด้วยบัญชี เดโม จนเราคิดว่าเราสามารถอยู่รอดในตลาดได้

บ่อยครั้งที่เทรดเดอร์ มือใหม่ที่เพิ่งศึกษา Forex  มักจะสงสัยว่า  สามารถเข้ามาทำกำไรในตลาดฟอเร็กซ์ได้
โดยไม่ต้องใช้ทุนมากได้หรือไม่ 

จริงๆแล้ว  มีทุนเพียงแค่ 1$ หรือประมาณ 33 กว่าบาท  คุณก็สามารถที่จะเข้ามาทำกำไรในตลาด Forex 
ได้แล้ว ซึ่งแตกต่างจากตลาดหุ้นทั่วไปที่ต้องใช้เงินทุนหลายพันบาทขึ้นไปในการเริ่มต้น

การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) ถูกนำมาใช้ในตลาด Forex  กันอย่างแพร่หลายและได้
รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  มีแนวคิดหลักสำคัญอยู่  3  ข้อ คือ

1. ราคาจะเคลื่อนที่ไปตามแนวโน้มเดิม จนกระทั่งแนวโน้มเดิมหมดลงจริงๆ
2. ราคาจะบอกเหตุการณ์ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น คือข่าวสารต่างๆที่ออกมาจะสะท้อนออกมาในรูปแบบของ
ราคาเป็นเหมือนเงาติดตัวเลยทีเดียว
3. พฤติกรรมของราคาจะเคลื่อนที่ตามแนวโน้มเดิม เป็นผลมาจาก ความกล้า  ความกลัว ความหวัง
ของผู้คนจำนวนมากในตลาดทุนนั้นเอง ดังนั้น  การวิเคราะห์ทางเทคนิคก็เปรียบเสมือนการวิเคราะห์
จิตวิทยาของกลุ่มนักลงทุนในตลาดแล้วก็นำค่าสถิติและความน่าจะเป็นเข้ามาช่วย   

ใน ตลาด Forex นั้นเราจะทำการ ซื้อ ขาย คู่เงินโดยคาดหวังว่าราคาเปลี่ยนแปลงไป.ในทิศทางที่เรา
คาดการณ์ไว้โดยผ่านโบรกเกอร์  สรุปง่ายๆเลยก็คือ  เราจะทำกำไรโดยอาศัยส่วนต่างของราคา   เรียก
ง่ายๆ ว่า  การเก็งกำไรโดยผ่านโบรกเกอร์ นั่นเอง

แล้วเราจะทำการเทรด Forex ได้อย่างไร?

ขั้นตอนแรก ต้องทำการเลือกโบรกเกอร์ก่อน  โบรกเกอร์  คือ บริษัทที่ให้บริการเทรด Forex แก่ลูกค้า
ซึ่งแต่ละโบรกเกอร์ก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน เช่น ค่าธรรมเนียมซื้อขาย, ความสะดวกสบายในการ
ฝากถอน, การบริการลูกค้า, และอื่นๆ  ซึ่งสามารถเสาะหาและตรวจสอบข้อมูลได้จากเว็บไซต์ ต่างๆทั้ง
ในและต่างประเทศ

MetaTrader 4 (MT4)
แต่ละโบรกเกอร์ก็จะมีโปรแกรมการซื้อขาย Forex ให้ลูกค้าใช้งานแตกต่างกัน ซึ่งปัจจุบัน โบรกเกอร์
มักจะใช้โปรแกรม MT4 ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
-สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมได้จากเว็บไซต์ของโบรกเกอร์ที่คุณไปสมัครไว้  ซึ่งส่วนมากแล้ว  จะมี
เหมือนๆกันทุกโบรกเกอร์   ( สำหรับให้ดูเป็นตัวอย่างเท่านั้น )
-รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MT4 เข้าไปดูได้ที่
http://www.metaquotes.net/en/metatrader4/trading_terminal
-สำหรับคู่มือการใช้งานภาษาไทยสามารถเข้าไปดูได้ที่
https://www.facebook.com/note.php?note_id=312510768764540



การวิเคราะห์แนวโน้ม Forex

สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือเราจะต้องวิเคราะห์แนวโน้มให้ถูกว่าราคาของสกุลเงินนั้นๆจะขึ้นหรือลง
เพื่อที่เราจะสามารถทำกำไรได้ ซึ่งการวิเคราะห์การเทรดก็จะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆคือ ปัจจัยพื้นฐาน
(Fundamental Analysis) และปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis)
 
การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานก็คือการวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ
เช่น อัตราการว่างงาน อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย ซึ่งถ้ามีข่าวเกี่ยวกับปัจจัยเหล่านี้ออกมาก็จะทำให้
ราคาของแต่ละสกุลเงินมีการเปลี่ยนแปลงได้

เว็บไซต์ดูข่าวที่นิยมกันก็คือ Forexfactory ก็จะมีการอัพเดทข่าวต่างๆที่เกี่ยวกับ Forex อยู่ตลอดเวลา
ซึ่งก็จะมีลำดับความสำคัญของข่าวด้วย ยิ่งเป็นข่าวที่มีความสำคัญมากก็จะมีผลกระทบกับราคาได้มาก



ส่วนการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคก็จะเป็นการวิเคราะห์จากรูปแบบของกราฟเป็นหลัก โดยดูจากรูปแบบ
ของกราฟว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างไร แนวรับแนวต้านอยู่ตรงไหน และมีการใช้อินดิเคเตอร์ต่างๆมาช่วยใน
การวิเคราะห์ด้วย เช่น Moving Average, Fibonacci, RSI ซึ่งอินดิเคเตอร์พื้นฐานที่ใช้โดยทั่วไปก็จะมี
ให้เลือกใช้ในโปรแกรมเทรด MT4

Expert Advisor (EA)

ในกรณีที่เราไม่ต้องการกดเปิด/ปิด/แก้ไขออเดอร์เอง เราสามารถเขียนเป็นโปรแกรมสั่งให้ MT4 ทำตาม
คำสั่งของเราได้โดยที่เราไม่ต้องเฝ้าหน้าจออยู่ตลอดเวลา โปรแกรมที่เขียนขึ้นมานี้เราเรียกว่า
Expert Advisor (EA)

-การเขียนโปรแกรมจะทำใน MetaEditor (เปิดได้โดยกด F4 ที่ MT4) ซึ่งจะต้องใช้ทักษะเบื้องต้นในการ
เขียนโปรแกรม ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เมนู Help 
-ถ้าท่านไม่ต้องการเขียนโปรแกรมเอง ท่านสามารถหา EA ใช้งานได้ตามเว็บไซต์ Forex ทั่วไป ซึ่งมีทั้ง
แบบฟรีและเสียเงิน แต่ก่อนที่ท่านจะใช้ EA กับบัญชีเทรดจริง ให้ท่านลองทดสอบรัน EA กับบัญชีเดโมก่อน
ทุกครั้งเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดจากการตั้งค่าผิดได้

หวังว่า บทความนี้จะช่วยเพิ่มแนวคิดใหม่ๆในการลงทุน  และโปรดจำไว้ว่า ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง
อยู่เสมอ  ดังนั้น การศึกษาหาความรู้จะช่วยให้ประสบผลสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น  ขอให้ได้พบกับหนทางการสร้าง
รายได้ที่มั่นคงกันถ้วนหน้า ในสภาวะที่ทุกคนต้องอยู่บ้านเยอะกว่าที่เคย
10
เทรดเดอร์ กับ สัญชาติญาณของนักล่า

เวลาที่เราดูซีรีส์ของต่างประเทศ เรื่องที่เกี่ยวกับการต่อสู้ ชิงไหวชิงพริบ  ตัวเอกมักจะเป็นคนที่มี
บุคลิกลักษณะพิเศษ มีความโดดเด่นกว่านักแสดงคนอื่นๆ ไม่ว่าจะหน้าตาหรือพฤติกรรมต่างๆ มันมี
เส้นบางๆที่แบ่งกั้นระหว่างนักแสดงตัวอื่นๆกับตัวเอกตัวนั้น เป็นสิ่งที่ยากแก่การอธิบายว่ามัน คือ
อะไร แต่การที่เขาเหล่านั้นมีการการกระทำในการตัดสินใจที่ ฉับไว แน่วแน่ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้
ทันเหตุการณ์  คนทั่วไปเช่นเราทั้งหลายมักเรียกสิ่งนั้น ว่า  “สัญชาติญาณ”

สัญชาติญาณ  คือ สิ่งพิเศษที่แยกบุคคลธรรมดา กับ บุคคลพิเศษออกจากกัน ไม่ใช่เฉพาะแค่กับ
นักแสดงเท่านั้น  ในโลกของการลงทุนก็ต้องอาศัยสัญชาติญาณในการลงสนามเพื่อแย่งชิง ชัยชนะ
เช่นกันเพราะมนุษย์ทุกคนในโลกนี้ก็ย่อมต้องอาศัยสัญชาติญาณเพื่อความอยู่รอดกันแทบทั้งนั้น โดย
เฉพาะอย่างยิ่งเทรดเดอร์อิสระในตลาดการเงิน  กลุ่มนักลงทุนหรือเทรดเดอร์ที่อยู่ในตลาดการเก็งกำไร
( Speculator หรือ Day Trader) ที่อยากประสบความสำเร็จจึงควรต้องมีสัญชาติญาณที่ดี เพราะ ในตลาด
การเก็งกำไรนั้นคุณต้องมีองค์ประกอบหลายๆอย่างที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ   และ “สัญชาติญาณ”
ก็เป็นอาวุธชิ้นสำคัญอย่างยิ่งในองค์ประกอบเหล่านั้น

“สัญชาติญาณ” คือสภาวะการตัดสินใจโดยฉับพลันที่เกิดมาจากการสั่งสมของประสบการณ์
     
“ความรู้สึก” เป็นเพียงการตอบสนองแบบทันควันที่ออกมาจากเสี้ยวหนึ่งของอารมณ์

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน อธิบายไว้ว่า  สัญชาติญาณ คือ  ความรู้ที่มีมาแต่กำเนิดของคน
และสัตว์ ทำให้มีความรู้สึกและกระทำได้เองโดยไม่ต้องมีใครสั่งสอน  สัญชาติญาณอยู่เคียงข้างเรามานาน
แล้วตั้งแต่เราเกิด นับตั้งแต่นาทีแรกที่มนุษย์คนแรกตัดสินใจตั้งถิ่นฐานบริเวณแหล่งน้ำแห่งแรก จวบจน
กระทั่งถึงปัจจุบัน ถึงแม้สัญชาติญาณบางอย่างจะไม่ได้เกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกคน และมนุษย์ก็ไม่ได้มีสัญชาติ
ญาณตอบสนองต่อเรื่องเดียวกันในแบบเดียวกันทุกคน แต่อย่างน้อยที่สุด การที่มนุษย์ยอมรับการตัดสินใจ
โดยใช้สัญชาติญาณมากกว่าความรู้สึก ก็เป็นข้อพิสูจน์ว่ามนุษย์ทุกคนล้วนเห็นชอบกับการใช้เหตุผลมากกว่า
การใช้ อารมณ์ แต่การใช้เหตุผลอย่างเดียวอาจทำให้มนุษย์มีสภาพไม่ต่างอะไรกับหุ่นยนต์ หลายครั้งธรรมชาติ
จึงส่งอารมณ์และเหตุผลประดังเข้ามาพร้อมกัน ทำให้เราตัดสินใจอะไรได้ยากลำบากอยู่เสมอ สัญชาตญาณที่ดี
นั้นเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ที่เข้มขัน ไม่ว่าจะดีหรือร้าย มันคือสิ่งที่ได้ถูกจดจำไว้ในสมองของคุณ

การเทรดของเทรดเดอร์ก็เช่นกัน  เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เมื่อคนเราเริ่มลงมือเทรดใหม่ๆ การตัดสินใจ
หลายๆอย่าง มักจะตั้งอยู่บน “ความรู้สึก” เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ มักจะบอกสิ่งๆ
เดียวกันเลยว่า เมื่อถึงจุดๆหนึ่งของการเทรด การตัดสินใจบางอย่างลงไป ก็อธิบายไม่ได้ว่าเป็นเพราะเหตุใด
จะเรียกว่าความรู้สึกก็ได้ แต่มันก็แตกต่างจากความรู้สึกสมัยที่คนเหล่านั้นเทรดกันใหม่ๆ  นั่นแหละ คือ
“สัญชาติญาณการเทรด” ที่แท้จริง

มัน คือ เรื่องจริง เพราะบางทีการที่คุณต้องตัดสินใจอะไรภายในกรอบระยะเวลาที่จำกัด อาจจะเป็นนาที หรือ เป็น
วินาทีเลยก็ได้นั้น ความรู้สึกหรืออารมณ์ชั่ววูบในการตัดสินใจนั้นๆ อาจจะทำให้คุณผิดพลาดและขาดทุนจำนวน
มหาศาลได้เลยเพราะการใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลนั่นเอง

และในภาวะตลาดเผชิญวิกฤติ คับขัน ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นแรงมากๆ หรือลงแรงแบบสุดๆ เทรดเดอร์หรือนักลงทุน
ที่ประสบความสำเร็จนั้น ย่อมจะรู้ว่า ควรจะขายที่จุดใดและควรซื้อคืนที่จุดไหน โดยอาศัยสัญชาติญาณที่เกิดจาก
การสั่งสมประสบการณ์มา นั่นเอง

ยกตัวอย่าง เช่น ในขณะที่ค่าเงินกำลังโดนถล่มขายหนักเนื่องจากมีข่าวร้ายในเรื่องต่างๆ  เทรดเดอร์มือใหม่
จะตกใจและรีบขายทิ้ง ตัดขาดทุน และไม่กล้าที่จะซื้อกลับคืน  แต่หากว่า คุณเป็นเทรดเดอร์ที่ผ่านการเทรดมาพอสมควร
ย่อมอ่านออกว่า  ควรรีบขายทิ้งก่อน แล้วหาจังหวะซื้อคืนเพื่อทำกำไรใหม่อีกรอบ เท่านี้คุณก็จะสามารถเอาชนะตลาด
ได้ในที่สุด จังหวะซื้อคืนนี่แหละ ที่ต้องใช้ “สัญชาติญาณ” พอสมควรเลย

การตัดสินใจแต่ละครั้งทั้งในการลงทุนหรือการใช้ชีวิตประจำวันของคุณนั้น คุณใช้ “อารมณ์ชั่ววูบ” หรือ
“สัญชาติญาณ”
กันแน่  หากคุณใช้อารมณ์ คุณจะพบกับความผิดพลาดและหายนะอย่างแน่นอน

หากคุณใช้สัญชาติญาณที่เกิดจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างดีและมีเหตุผลแล้ว คุณแทบจะไม่ต้องพบกับคำว่า
“ผิดพลาด” เลยในชีวิตของคุณ ถึงแม้จะต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการค้นหา “สัญชาติญาณ” ของตัวคุณ
คุณก็ต้องอดทนเพื่อที่จะได้มันมา เพราะเมื่อคุณมี “สัญชาติญาณของนักล่าที่ดี” ติดตัวแล้ว คุณจะเปลี่ยนตัวเองมาเป็น
ผู้ได้เปรียบในตลาดทันที

ทุกวันนี้โลกเราหมุนเร็วมาก แต่ก่อนจะเล่นหุ้น หรือเทรดค่าเงิน Forex ต้องไปถึงสำนักงานของ
โบรคเกอร์หรือที่เรียกกันว่า ห้องค้า หรือ โทรไปสั่งมารืให้เทรดให้เทรดให้ แต่ใครจะไปคิดว่าเดี๋ยวนี้นั่งหน้าคอมพิวเตอร์
จิ้มๆก็เทรด Forex ได้แล้ว


มาพบกับเพื่อนเรา เทรดเดอร์ Forex ชาวญี่ปุ่น ที่จะมาบอกทริกง่ายๆสำหรับมือใหม่

การเทรด Forex  ถือเป็น งานง่ายที่สร้างผลกำไรงดงามอีกทั้งยังช่วยให้เราได้พบกับอิสรภาพทางการเงินแบบ
ง่ายๆได้อีกด้วย หากคุณมีเทคนิคเทรดที่ดี และมี % ของการทำกำไรมากกว่าขาดทุนแล้ว วันนี้ ขอนำเสนอเทคนิค
การเทรด Forex จากเทรดเดอร์ชาวญี่ปุ่นให้คุณๆได้ลองนำไปประยุกต์ใช้กันดู

1.   การจับคู่ Time frame ให้ดี  สิ่งแรกที่ถือว่ามีความสำคัญมาก นั่นคือ คุณจะต้องทำการจับคู่เวลาเพื่อใช้ใน
การเทรดให้ดี ถ้าคุณเป็นคนเทรดระยะสั้น แนะนำ.ให้จับคู่เวลา H1 และ M1 โดยเราจะดูสัญญาณซื้อจาก H1 ก่อน
เมื่อมีสัญญาแล้ว จึงจะมารอสัญญาณของ M1 อีกที แต่สำหรับคนเทรดระยะยาวแล้ว แนะนำ W1 และ D1 โดยมีข้อแม้
คือ ทุนต้องหนาสักหน่อย โดยดูจาก TF ใหญ่มาเล็กเช่นกัน

2.   เลือกคู่เงิน USD/JPY หรือ EUR/JPY  คู่เงินที่ชาวญี่ปุ่นเลือกมาเทรดมากที่สุด คือ คู่เงินของประเทศเขานั่นเอง
หรือ  เลือกคู่เงินที่มีค่าสเปรดไม่สูงมาก ดังนั้นหากคุณชอบแนวทางญี่ปุ่นจริงๆ ก็อาจเลือกใช้คู่เงินจากญี่ปุ่นก็ได้

3.   ขี่พายุทะลุเมฆ   เราจะใช้เครื่องมือชี้วัด หรือว่า Indicator ตัวไหนดี  แนะนำให้ เลือก Ichimokukinkoyo ซึ่ง
เป็นอินดี้หรือ อินดิเคเตอร์ ที่สาวๆชาวญี่ปุ่นนั้นชื่นชอบอย่างมากในการใช้ หลักการ ง่ายๆ แค่ ถ้ากราฟยืนเหนือกลุ่ม
เมฆได้ก็เป็นสัญญาณซื้อ และถ้ากราฟทะลุเมฆลงมาก็เป็นสัญญาณขาย

4.   บริหารการเงินของคุณให้ชัดเจน จัดการบริหารเงินทุนที่คุณมี กับจำนวน Lot ที่คุณสามารถเปิดได้ ตรงนี้ต้อง
ระวังให้ดี อย่าเปิด lot ที่เกินกว่าเงินทุนที่คุณมี

5.   ทบทวนกลยุทธ์ทุกวันเสาร์   ในทุกๆวันเสาร์  ชาวญี่ปุ่นที่เป็นนักเทรด Forex จะทบทวนแนวทางการเทรด ข่าว
ของคู่เงินของตนเอง วิเคราะห์ข้ามไปถึงสัปดาห์ต่อไป  เพื่อให้สัปดาห์ถัดไป คุณสามารถทำกำไรได้มากยิ่งขึ้น

ความจริงแล้ว  ได้มีการค้นพบว่า วงการ Forex  หรือ ตลาดหุ้น ในปัจจุบันมีผู้หญิงเล่นมากขึ้นมากกว่าแต่ก่อนมากๆ
ซึ่งในประเทศญี่ปุ่น ตลาด Forex ได้รับความนิยมจากแม่บ้านผู้หญิงที่อยู่บ้านเป็นจำนวนมาก หรือที่เรียกว่า Home Trader
นั่นเอง ซึ่งปี 2014 จากการสำรวจพบว่ามีแม่บ้านชาวญี่ปุ่นเป็น Trader มากกว่า 120,000 คน! ใครจะไปคิดว่าจะมี
ผู้หญิงเทรดค่าเงินมากขนาดนี้ มีคนเทรดเยอะแล้ว รวยไหม ? นี่ คือ คำถามที่ผุดขึ้นมาในใจ

แน่นอน ส่วนใหญ่มักขาดทุน ไม่ ก็พออยู่รอดได้ แต่ก็มีคนจำนวนหนึ่งที่ยอมเปิดเผยตัวเองสู่สาธารณะชนว่า เธอ
ประสบความสำเร็จจริงๆกับ Forex ซึ่งปกติแล้วตลาดนี้ใครสำเร็จจะไม่อยากประกาศตัวออกสื่อกันสักเท่าไหร่



Etsuko Someya เป็นแม่บ้านชาวญี่ปุ่นตัวจริงเสียงจริงที่ประสบความสำเร็จกับตลาด Forex  ในญี่ปุ่นเธอเป็นที่รู้จัก
กันในฉายา Mrs. Watanabe เธอแต่งงานมาแล้ว 10 ปี และเลี้ยงลูกวัย 6 ขวบอยู่กับบ้าน เธอใช้เวลาว่างหลังจาก
ที่เลี้ยงลูกอยู่บ้านหันมาศึกษาและเทรด Forex อย่างจริงจัง โดยค่าเงินที่เธอเล่นคือ USD/JPY กำไรที่เธอเล่นได้ไม่
มากเท่าไหร่ เพียงเดือนละ 10,000 – 15,000 ดอลล่าห์ต่อเดือนเท่านั้น  โดยเธอชอบเล่นสไตล์ Day Trader คือ เล่นสั้น
เข้าไว ออกไว นั่นเอง

เธอศึกษาและทุ่มเทกับตลาด Forex เป็นอย่างมาก เพราะเธอบอกว่าตลาด Forex แทบจะเป็นหนทางเดียวนี้เธอจะ
หารายได้เสริมได้ เพราะด้วยเวลาและภาระที่จำกัดในการเลี้ยงลูกนั่นเอง และนี่คือคำพูดของเธอ “ฉันจะเทรดใน
Time frame สั้นๆเท่านั้น เพราะฉันจะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการจัดการงานบ้านและต้องเล่นกับลูกเป็นส่วนใหญ่”



Yukiko Ikebe เป็นอีกคนหนึ่ง ที่เป็นคุณแม่ลูก 3 วัย 60 ปี สุดยอดคุณแม่เทรดเดอร์เงินล้าน ผู้มีสถิติทำกำไร
จากค่าเงิน AUD/JPY มากถึง 500,000 เยน ในระยะเวลาเพียง 2 วันเท่านั้น !!

ในญี่ปุ่นเธอมีฉายาว่า Kimono Trader อย่างที่บอก เทรดเดอร์เก่งๆจะไม่อยากเปิดเผยตัวกัน ตอนเธอให้สัมภาษณ์
ก็ใส่แว่นดำตลอด ไม่อยากเปิดเผยหน้าตาต่อสาธารณะชน เธอชอบเทรดสไตล์ Hybrid คือเน้นปัจจัยพื้นฐาน + เทคนิคคัล
ผสมกันไป  ซึ่งเธอบอกว่าแม้จะอายุมากแล้ว อาจจะดูเหมือนเป็นอุปสรรคต่อการเทรด แต่เธอกลับคิดว่ายิ่งอายุมากยิ่งได้
เปรียบเพราะคนอายุมากประสบการณ์มากกว่าและมีวิสัยทัศน์ที่กว้างกว่าคนอายุน้อย

เธอชอบเดินทางท่องเที่ยว ( เที่ยวไปเทรดไป ) บ่อยครั้งที่เดินเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศที่เธอเดินทางเทรดค่าเงิน เช่น
ออสเตรเลีย (AUD) เธอบอกว่าเพื่อที่จะได้เห็นภาพรวมของประเทศนั้นๆได้ภาพกว้างที่แท้จริง การเทรดของเธอจะเน้นการ
เดินตามระบบที่สร้างไว้เป็นอย่างมาก ซึ่ง นั่นคือ หัวใจของเทรดเดอร์ทุกคน

เธอกล่าวว่า “ข้อดีของตลาด Forex คืออิสระภาพทางเวลา การใช้ชีวิต ซึ่งคุณก็สามารถข้ามไปถึงจุดๆนั้นได้ หากมีความ
พยายาม หมั่นศึกษา และมีวินัยในการเทรดอย่างแท้จริง”

เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยจุดประกาย การเป็นนักล่าคว้าเงินกำไรจากตลาด forex ในตัวคุณๆให้ลุกโชนขึ้นได้บ้าง นะคะ