Skip to main content

ผู้เขียน หัวข้อ: จุดตัดทองคำ( Golden Cross ) เทคนิคง่ายๆสำหรับนักเทรดมือใหม่

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

  • *****
  • Administrator
  • Newbie
  • กระทู้: 11
  • การ์ม่า: +0/-0
จุดตัดทองคำ( Golden Cross ) เทคนิคง่ายๆสำหรับนักเทรดมือใหม่

กูรูท่านหนึ่ง บอกไว้ว่า ถ้าเส้น EMA  ตัดกันขึ้น  ท่านว่าให้ซื้อ  แต่ถ้ามันตัดลงเมื่อไหร่  ท่านก็ให้รีบขาย
เพราะมันคือ Dead Cross   แปลเป็นไทยว่า จุดตัดมรณะ ไม่ขายจะตายลูกเดียว  อั๊ยยะ .... มันมีเทคนิคง่ายๆ
อย่างนี้เชียวหรือ  แต่ประเด็นคือ เราเข้าใจกันหรือไม่ว่า การตัดกันของเส้นเหล่านั้น มันบอกอะไรเราได้บ้าง
เราลองมาดูกันว่า  เราจะนำมันมาใช้ในการเทรด Forex ของเราได้อย่างไร

เส้น  EMA นั้นมีชื่อเต็มๆว่า  Exponential Moving Average มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลาย บางตำราว่า
ให้ใช้เส้น 15 ตัดเส้น 90 , บ้างก็ว่า ให้ใช้เส้น 14 ตัดเส้น 34, บ้างว่าใช้เส้น 10 ตัดเส้น 50 และบางคนใช้
3 เส้น , 4 เส้น บางที ก็ใช้ 5 เส้นแล้วรอให้ทั้งหมดมันตัดกันกลายเป็น Super Golden Cross ไปเลยก็มี



ความจริงแล้ว เส้น EMA หรือ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ คือ ตัวแทนของค่าเฉลี่ยของราคาตามจำนวนวันที่เลือก
มา เช่น เส้น 5 ก็คือ การนำเอาสถิติของราคาปิด 5 วันย้อนหลังแล้วหารด้วย 5 มาพล๊อตเป็นเส้นกราฟ นั่นเอง 

ทีนี้ เส้นกราฟมันก็เกิดขึ้นได้ด้วยราคาที่เกิดขึ้นใหม่  ดังนั้น  ถ้าราคาปิดของวันใหม่มีการเปลี่ยน
แปลงมาก  จะมีผลให้ ค่าของเส้น EMA เปลี่ยนไปตามราคาของวันใหม่ด้วย


ตอนนี้เราก็มีเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันแล้ว และถ้าราคาปิดวันนี้ลอยอยู่เหนือเส้น EMA 5  มันก้อแปลได้ความว่า ราคามัน
ไม่เคยลงเลยสักวัน เมื่อเทียบกับราคาปิด 5 วันย้อนหลัง  เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่ได้จากการใช้วันน้อยๆแบบนี้ เรียก
อีกชื่อหนึ่งกันว่า เส้นค่าเฉลี่ยแบบเร็ว

ทีนี้เราก็ สร้างเส้นค่าเฉลี่ยแบบช้าขึ้นมาอีกสัก 1 เส้นโดยใช้กลุ่มตัวอย่างของราคาที่กว้างขึ้นเช่น 35 วัน เพราะ
จำนวนวันยิ่งมาก การเปลี่ยนแปลงของเส้นจะยิ่งช้าลง  คราวนี้เราก้อได้เส้นเร็วกะเส้นช้ามาอยู่คู่กันแล้วนะคะ

การวิเคราะห์ที่ได้จากเส้นทั้ง 2 นี้ คือ เมื่อทั้งหมดมาอยู่ในกราฟแท่งเทียน  ถ้าแท่งเทียนอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยและ
เส้นเร็วอยู่เหนือเส้นช้า แบบนี้ สุดยอดเลยเพราะมีความชัดเจนที่แสดงว่า  ตลาดกำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น และ
ถ้าเส้นทั้งสองนี้ ถ่างออกจากกันมากขึ้นเท่าไหร่ แสดงถึงว่า  การเปลี่ยนแปลงของราคามีกำลังมากขึ้น

คราวนี้ ถ้าเส้นเร็วมันตัดขึ้นไปบนเส้นช้า  นั่นแปลว่า มีการเปลี่ยนแปลงของราคาในระยะสั้น แซง แนวโน้มระยะยาว
และถ้าเส้นเร็วยังคงวิ่งขึ้นไปเรื่อยๆในไม่ช้าเส้นช้าก็จะตามทัน  ตรงนี้แหละที่เขาเรียกว่า  Golden Cross และถือว่า
เกิดเป็นเทรนด์ขึ้นแล้ว  ซึ่งเหตุการณ์นี้ ส่วนมากจะเกิดขึ้นเมื่อ แท่งเทียนอยู่ในช่วง Side way หรือช่วงพักตัวมาสัก
พักหนึ่งแล้ว  และในทำนองเดียวกัน  ถ้าเกิดในสภาวะกลับกัน  มันก้อ คือ จุด Dead Cross

แต่นักเทรดมืออาชีพ จะยังไม่ตัดสินใจเข้าทำการซื้อขายเพียงเพราะได้เห็น Golden Cross เท่านั้น  เขามักจะดู
สัญญาณอื่นๆประกอบด้วย  นั่นคือ....

1.    มี Golden Cross เกิดขึ้น  =  ดี
2.    ราคาผ่าน แนวต้านขึ้นมาแล้ว  =  ดียิ่งขึ้น
3.    มี volume เข้ามากพอสมควร  =  ดียิ่งขึ้นไปอีก

เมื่อเหตุการณ์ทั้ง 3 ข้อมาเจอกัน  กูรูท่านว่าให้ลุยเลยเพราะ ไม่ซื้อไม่ได้แล้ว  ส่วนคนที่เจอแค่ ดี เดียวแล้วลุยเลย
มันจะกลายเป็น  “ดี เดียว แต่ เสียวนาน”



ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ที่นักเทรดมักจะใช้กันมากที่สุด คือ ค่าเฉลี่ยช่วง  50 วัน และ 200  วันช่วงเวลาที่กว้างขึ้นมักจะก่อ
ให้เกิดการทะลุแนวต้าน ( breakouts ) ที่ยาวนานขึ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อแส้น  50 วัน ตัดผ่านเส้น  200 วัน  ถือ เป็น
หนึ่งในสัญญาณการตลาดขาขึ้นที่แข็งแกร่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

เทรดเดอร์ที่ทำกำไรในระยะสั้น ( Day Traders ) มักใช้เส้นที่สั้นลงเช่น เส้นค่าเฉลี่ย  5 วัน  และ 15 วันเพื่อทำกำไร
ในระหว่างวัน จากการเปลี่ยนเทรนด์ ( breakouts ) และเลือกที่จะเทรดที่กรอบเวลา ( Time Frame ) สั้นลง เช่นเดียวกัน
ช่วงเวลาที่กว้างขึ้นจะส่งสัญญาณที่แรงขึ้น เช่นเดียวกับช่วงเวลาของแท่งเทียนเช่นกัน ยิ่งกรอบเวลาของแท่งเทียนใหญ่
ขึ้นเท่าไหร่ การเกิดการเปลี่ยนเทรนด์จนเห็นได้ชัดจาก Golden Cross จะแข็งแกร่งมากขึ้น

Golden Cross และ Dead Cross เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

Golden Cross จะแสดงถึงตลาดขาขึ้นกำลังเริ่มต้น ในขณะที่ Dead Cross ก็บ่งบอกว่า ตลาดขาลงกำลังจะมา

Golden Cross เกิดขึ้นเมื่อ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้นข้ามค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะยาว และได้ถูกตีความโดยนักวิเคราะห์
รวมทั้งเทรดเดอร์ทั้งหลาย ว่าเป็นการส่งสัญญาณการกลับตัวขึ้นที่ชัดเจนของตลาด ในทางกลับกัน  เมื่อเกิด Dead Cross
ขึ้นก็เป็นที่เข้าใจกันในหมู่นักเทรดว่า  เป็นสัญญาณการชะลอตัวของตลาด สัญญาณการกลับตัวนี้จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น
เมื่อมันเกิดขึ้นพร้อมๆกับปริมาณการซื้อขายสูง 

ข้อ จำกัด ในการใช้งาน Golden Cross

อินดิเคเตอร์ หรือ ตัวบ่งชี้ต่างๆ มีข้อจำกัดหนึ่งที่เทรดเดอร์ ควรระวัง นั่นคือ มันเป็นการสรุปอดีตที่เกิดขึ้นมาแล้วและถูก
ใช้เป็นแนวชี้นำเท่านั้น  และ ไม่มี อินดิเคเตอร์ หรือ ตัวบ่งชี้ใดสามารถทำนายอนาคตได้อย่างแท้จริง  หลายครั้งที่เมื่อ
สังเกตดีๆจะพบว่ามีสัญญาณ  Golden Cross  เกิดขึ้น แต่ ตลาดไม่ได้ขึ้นจริง มันกลายเป็นสัญญาณหลอกพาให้เทรดเดอร์
ทำการเปิดออเดอร์ซื้อขาย แล้วต้องรอนานทีเดียวกว่าที่ราคาในตลาดจะไต่ขึ้นไปจริงๆ  แม้ Golden Cross จะมีพลังในการ
พยากรณ์ที่ชัดเจนในการคาดการณ์ตลาดขาขึ้นกำลังเริ่ม ดังนั้น เทรดเดอร์ควรรอสัญญาณตัวอื่นเพื่อยีนยันการขึ้นของราคา
ด้วย เช่น  ราคาได้ข้ามผ่านแนวต้านขึ้นไปแล้ว และ มีปริมาณการซื้อขายในตลาดที่หนาแน่นพอสมควร

เราหวังว่า บทความนี้ จะช่วยคุณๆ นักเทรดหน้าใหม่ที่มักจะขี้ตกใจ แล้วโดดเข้าใส่กราฟแท่งเทียนเลยทันทีได้บ้างไม่มาก
ก็น้อย  ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการเทรด Forex และพบกับหนทางทำกำไรที่ยั่งยืน นะคะ







  • IP logged

T
  • *
  • Newbie
  • กระทู้: 1
  • การ์ม่า: +0/-0
  • เพศ: ชาย